เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) นพ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) โดยมีนพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ผู้บริหาร และพนักงาน ให้การต้อนรับ
นพ.โสภณ กล่าวว่า ยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ นพ.วิฑูรย์ เพื่อนำองค์การเภสัชกรรมไปสู่การเป็นเสาหลักด้านยา สร้างความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ให้กับประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพสร้างการเข้าถึงยาของคนไทยให้มากขึ้น นำองค์การเภสัชกรรมให้เป็นองค์การเภสัชกรรม4.0 มีการวิจัยพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานและผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ซึ่งมีโครงการสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนต้องสานต่อหลายโครงการมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท อาทิ การก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตระยะที่ 2 เพื่อขยายกำลังการผลิต โดยจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จปลายปี 2564 การเร่งรัดการทดสอบระบบต่าง ๆ ของโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่จังหวัดสระบุรี ให้เปิดทำการผลิตได้ในปลายปี 2563 การเดินหน้าโครงการวิจัยพัฒนาและก่อสร้างโรงงานผลิตยารักษามะเร็ง การวิจัยพัฒนาและการก่อสร้างโรงงานผลิตสารสกัดจากสมุนไพรสำหรับผลิตยาจากสมุนไพรการวิจัยพัฒนาและผลิตยาจากกัญชา การผลิตและจัดหายาจำเป็นที่มีมูลค่าการใช้สูง ยาจ.2 ยากำพร้า ยาเชิงสังคมต่าง ๆ ภารกิจเหล่านี้เป็นความท้าทายที่นายแพทย์วิฑูรย์ ต้องใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมากที่จะต้องทำให้ประสบความสำเร็จ และต้องสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรด้านการแพทย์และการสาธารณสุขต่าง ๆ พนักงานองค์การเภสัชกรรมเอง ตลอดจนบริษัทยาต่าง ๆ

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินงาน ว่า ในการสานต่องานเพื่อนำพาองค์กรไปสู่การเป็น องค์การเภสัชกรรม 4.0 นั้น จะเน้นการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐานสากลด้านต่าง ๆ มาใช้ สร้างพันธมิตร ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และสร้างความสำเร็จร่วมกัน เพื่อให้องค์การเภสัชกรรมได้รับการยอมรับจากประชาชนไทยและประชาคมอาเซียนมากยิ่งขึ้น ด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตามภารกิจสร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้หลักคิด “พัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน เพื่อการบริการสังคม ทำธุรกิจบนหลักแห่งความสมเหตุสมผล และความถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของสังคม และจะสานต่อโครงการสำคัญต่าง ๆ ให้สำเร็จ
“ในการบริหาร จะเร่งเรียนรู้งานให้สั้นที่สุด ร่วมทำงานกับทีมงานขององค์การเภสัชกรรมที่มีความพร้อมอยู่แล้ว จัดทำกลยุทธ์ที่เหมาะสม สร้างพันธมิตร โดยร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กรทุกระดับ ทั้งในและต่างประเทศ และรักษาวินัยในการบริหารตนเอง งานครอบครัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ โดยแนวทางการบริหารงานทั้งหมดจะต้องนำมาใช้ตามจังหวะ และเวลาที่เหมาะสมที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย” ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมกล่าว

