เหตุการณ์เยาวชน ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 คน เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกวงการ มีสื่อมวลชนทุกแขนงทั้งไทยและต่างประเทศมาทำข่าว มีการแข่งขันกันรายงานข่าวกันอย่างมาก เพราะบางเรื่องที่ถูกรายงานออกมามีทั้งเป็นจริงและคลาดเคลื่อน
มติชนออนไลน์ ได้เชิญผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับวิธีการรายงานข่าวของสื่อออนไลน์ และหนังสือพิมพ์ จากกรณีการเข้าไปช่วยเหลือ ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ออกจากถ้ำหลวงฯ ผ่านทางเฟชบุ๊ค และทวิชเตอร์ ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยพบว่า ส่วนที่แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางทวิชเตอร์นั้น 40% เห็นด้วยกับการนำเสนอข่าว ขณะที่ 60% ไม่เห็นด้วย
สำหรับการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ผ่านทางเฟชบุ๊ค มติชนนั้น ส่วนที่เห็นด้วยกับการนำเสนอเรื่องนี้ระบุเหตุผลสรุปได้ว่า เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่จะต้องทำหน้าที่เสนอข่าวเพื่อให้ประชาชนรับรู้ กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กที่อยู่ในถ้ำหลวงทั้ง 13 คน หากไม่มีการนำเสนอข่าว ก็คงไม่มีปรากฏการณ์การระดมกำลังกันเข้ามาช่วยเหลือจากทั่วโลกมากมายขนาดนี้ และเด็กๆอาจจะยังออกมาจากถ้ำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวที่เสนอกันออกมามากเกินไปทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เพราะบางสื่อไม่มีการกลั่นกรอง คิดแต่จะขายข่าวของตัวเองใช้หัวข้อหวือหวา แต่เนื้อข่าวไม่มีอะไรเลยน ไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้อ่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงความคิดเห็นเชิงเสนอแนะว่า ตัวผู้ที่เสพสื่อเองก็ควรมีวิจารณญาณด้วย
ส่วนกรณีที่ไม่เห็นด้วยนั้น ระบุเหตุผลสรุปได้ว่า มีสื่อมากเกินไป ทำข่าวดราม่าเกินไป ไม่มีการคัดเลือกข่าว คัดกรองข่าว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และบางส่วนยังเห็นด้วยกับการจำกัดพื้นที่การทำงานของสื่อ เพราะเป็นการจัดระเบียบไม่ให้เสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนสับสน

