ทีมแพทย์ยัน13หมูป่าอาการดีขึ้นเป็นระยะ พบปอดอักเสบเล็กน้อย เตือนจนท.เฝ้าระวังโรคหลังจบภารกิจ

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 พร้อมนายแพทย์สำเริง สีแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แถลงความคืบหน้าอาการและให้ข้อมูลรายละเอียดของเด็กและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 คน ที่ได้รับการกู้ภัยจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 ที่มาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อายุ 14-16 ปี จำนวน 4 คน สามารถทานอาหารปกติได้ ปริมาณแคลอรีเท่าคนปกติ (1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่) แต่จะเสริมให้และยังให้การรักษาต่อเนื่อง ไม่มีไข้ คนที่สงสัยว่าติดเชื้อในปอดก็อาการดี คนที่มีแผลที่เท้าแผลแห้งแล้ว สามารถเดินไปห้องน้ำได้ ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย โดยญาติได้สวมชุดป้องกัน ตามมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย

สำหรับกลุ่ม 2 อายุ 12-14 ปี ที่มาถึงเมื่อ 9 ก.ค. จำนวน 4 คน อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่พบการติดเชื้อรุนแรง แต่ในผลเลือดมีเม็ดเลือดขาวขึ้นจึงต้องให้ยา เช้านี้ทานได้แค่อาหารอ่อน คาดเย็นนี้จะทานอาหารปกติและเริ่มมีกิจวัตรประจำวันได้ วันนี้จะให้ญาติเข้าเยี่ยมได้

และกลุ่ม 3 จำนวน 5 คน ที่มา รพ.เมื่อวาน(10 ก.ค.) อายุ 11-25 ปี อาการดีไม่มีอุณหภูมิต่ำ เพราะได้ช่วยกันดูแลก่อนมาถึง รพ.เป็นอย่างดี สัญญาณชีพ-ความดันโลหิตดีหมด ผลเอกซเรย์ปอดมีมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา วันนี้จะให้ผู้เชี่ยวชาญมาประเมินสายตา การมองเห็น และสุขภาพจิต ทั้งนี้ ได้ส่งตัวอย่างเพื่อหาเชื้อไวรัสโรคอุบัติใหม่ที่อาจพบได้ พร้อมกันนี้ ทีมแพทย์ได้อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วยผ่านห้องกระจก ตามเวลาที่กำหนด

สำหรับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ ในผู้ป่วยกลุ่มแรกตรวจไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่เป็นอันตราย (โรคMelioidosis, Leptospirosis, Scrub Typhus, Nipah Virus) ส่วนการตรวจอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติม


สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในถ้ำหลวงฯ ทาง สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีบัตรเฝ้าระวังโรค และแนะนำการสังเกตอาการเบื้องต้น ภายใน 2 สัปดาห์ตั้งแต่กลับไป ให้รีบไปตรวจทันที

สำหรับความพร้อมของเหตุการณ์นี้ ไม่ได้เตรียมการเฉพาะที่ รพ.นี้ แต่ สธ. เชียงรายเข้าไปอยู่ถ้ำตั้งแต่ 25 มิ.ย. และเปลี่ยนเป็น รพ.สนาม ส่วนใหญ่แล้วผู้เกี่ยวข้องเจอไข้หวัด ปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีทีมช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจของผู้เกี่ยวข้อง ตั้งจุดหน้าถ้ำอีก 2 วัน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับบริการ รพ. มุ่งมั่นดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย จะรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ สำหรับหน่วยซีลจะเป็นเรื่องของต้นสังกัดแต่อาจจะมีการประสานกัน และหากเด็กอาการดีขึ้นก็จะพิจารณาเรื่องการให้ยาปฏิชีวนะ

“ตอนมาถึงโรงพยาบาลทุกคนรู้สึกตัวดีทั้งหมด ตอบคำถามได้ทุกอย่าง ผลทางจิตใจ จากการประเมินผลออกมาดีมาก น้องๆ คงดูแลกันในถ้ำดี ไม่มีความเครียดใด 8 คนแรกสามารถคุยกันได้แล้ว แต่ต้องอยู่ในเขตตัวเอง อย่าเข้ามาคุยเล่นกัน ส่วนสิทธิการรักษาน้องๆ เป็นคนไทยมีสิทธิการรักษาอยู่แล้ว เป็นสิทธิบัตรทอง คนไทยที่มีบัตรประชาชนทุกคนมีสิทธิการรักษาตามหลักการอยู่แล้ว”