สธ.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง’ฉีดฟอร์มาลินในปลาทับทิม’ เบื้องต้นยังไม่พบความปิดปกติ

12.04.16 | 17:04 น.

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ระบุว่ามีการฉีดสารฟอร์มาลินในตัวปลาทับทิมว่า ได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย สืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสารฟอร์มาลินที่เป็นข่าวในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 และสืบค้นคำชี้แจงของนักวิชาการกรณีการใช้สารฟอร์มาลินเพื่อป้องกันโรคในการเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ไม่พบข้อมูลการฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไปในเนื้อปลาโดยตรง นอกจากนี้ ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หาแหล่งจำหน่ายที่อ้างถึง เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งทีมตรวจสอบเคลื่อนที่ความปลอดภัยอาหาร (Mobil Unit) ลงเก็บตัวอย่างปลาทับทิมมาตรวจวิเคราะห์หาสารฟอร์มาลิน หากพบมีการลักลอบใช้สารฟอร์มาลินจริง จะดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 151 (พ.ศ.2536) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาหาร พ.ศ.2522 โดยผู้ใช้สารนี้กับอาหารหรือทำให้อาหารนั้นเกิดพิษภัยต่อผู้บริโภค ถือเป็นการผลิต จำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นพ.สุวรรณชัย

“ในการเลือกซื้อปลา ควรเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ สะอาด และถูกสุขลักษณะ และสังเกตลักษณะของปลาต้องมีตาใส เหงือกแดงสด หัวปลาและเกล็ดติดอยู่กับลำตัว เนื้อแน่น กดไม่ยุบตามรอยนิ้วมือ บริเวณใต้ท้องปลาสะอาด ท้องแน่น ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าหรือกลิ่นฉุนของฟอร์มาลิน หากเนื้อปลามีลักษณะเนื้อแข็ง แต่บางส่วนเปื่อยยุ่ย ไม่ควรซื้อเพราะอาจปนเปื้อนฟอร์มาลินได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว และว่า ปลาเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไขมันต่ำ และมีโปรตีนสูง ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างการเจริญเติบโตแก่ร่างกาย และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด รวมทั้งกรดไขมันไม่อิ่มตัว คือ โอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ สำหรับปลาที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้น มักจะเน่าเสียได้ง่าย ทำให้ผู้ประกอบการบางรายนำสารฟอร์มาลินมาใช้ เพื่อรักษาสภาพความสดของปลา

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ฟอร์มาลินเป็นสารเคมีที่ใช้มากในการฆ่าเชื้อและทำความสะอาด ทั้งด้านอุตสาหกรรม การเกษตร และการแพทย์ หากรับประทานจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร อาเจียน มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร และลำไส้ อาจทำให้เสียชีวิตได้ หรือหากสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง จะมีผื่นคัน ผิวหนังไหม้