เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. แถลงผลจับกุมนายชินวัตร น้อยวัน ระดับผู้บริหารและผู้ต้องหาเครือข่าย โอดี แคปปิตอล (OD Capital) รวมจำนวน 21 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท และยังตรวจยึดอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 3 กระบอกและอาวุธปืนกลยาวอีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากที่บ้านพักของนายชินวัตรย่านปทุมธานี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากผู้ประกอบการเครือโอดี แคปปิตอล จากนั้นทำการสืบสวนจนทราบว่าโอดี แคปปิตอล ดำเนินการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง ประกอบการลักษณะนำเงินไปลงทุนในบริษัทหรือกิจการอื่นๆ ซึ่งจากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนพาณิชยกิจในประเทศไทยและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ส่วนพฤติการณ์การหลอกลวงนั้นผู้ประกอบการจะชักชวนติดต่อจากคนรู้จักหรือผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้อุบายว่าเมื่อนำเงินมาลงทุนกับบริษัทจะได้รับผลตอบแทน 10 เปอร์เซนต์ของเงินลงทุน นอกจากนี้หากสามารถชักชวนคนมาร่วมลงทุนได้ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิสชั่นเพิ่ม นอกจากนี้พบว่าโอดี แคปปิตอลสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลหรือขบวนการดังกล่าวมีนายชินวัตร น้อยวัน อดีตเจ้าหน้าที่ทหารไทยอยู่ที่อเมริกา มีตำแหน่งเป็นแม่ทีมระดับสูง ร่วมกับพวกอีกจำนวนรวม 32 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปง. นำหมายจับจากศาลอาญาเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายบริษัทดังกล่าวรวม 15 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจำนวน 22 คน อีก 8 คนยังอยู่ในต่างประเทศ และมีอีก 2 คนเป็นผู้ต้องหาชาวมาเลเซียได้ติดต่อเข้ามอบตัวอยู่ระหว่างการติดต่อรับตัวเพื่อทำการสอบสวนอยู่ จากการตรวจประวัตินายชินวัตรทราบว่าเคยเป็นแม่ทีมฉ้อโกงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กาแฟออร์กาโน่ โกลด์ ในเครือของ OG Miracle เมื่อปี 2556 อีกด้วย
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมได้เพื่อขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เหลืออยู่และประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดเพื่อยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการกระทำความผิด แจ้งข้อหาตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4[4] มีความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษจำคุก 5-10 ปี และเป็นความผิดมูลฐานเข้าข่ายการฟอกเงินที่ต้องถูกยึดทรัพย์ ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีต่อไป



