ปปป.-ปปง.-ปปท.ถกโกงเงินคนจน’อดีตปลัดพม.-สาวสนิท’ เดินหน้าอายัดทรัพย์คนเอี่ยวเกลี้ยง

12.07.18 | 13:28 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรมสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการคดีฟอกเงิน กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ หญิงสาวคนสนิท ผู้ต้องหาคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.


พล.ต.ต.กมลกล่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกันของพนักงานสอบสวน ปปป. ปปง. ป.ป.ท. เพื่อหารายละเอียดแนวทางดำเนินคดีฟอกเงิน เช่น จำนวนเงินที่กระทำความผิดเท่าไหร่ ความผิดเกิดขึ้นเมื่อใด และสถานที่กระทำความผิดที่ไหนบ้าง โดยเบื้องต้น ปปง.พบมีจำนวน 26 แห่ง เป็นงบประมาณปี 2559 ซึ่งจะตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีจำนวนเงินกระทำความผิดเท่าไหร่ รวมทั้งนอกจาก 2 รายแรกที่เข้าแจ้งความแล้วยังมีคนอื่นหรือไม่

“ส่วนคดีทางอาญาของอดีตปลัด พม.ที่เสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตายต้องยุติลง ส่วน น.ส.วาสนายังให้รักษาตัวไปก่อนจะมาเรียกสอบปากคำอีกครั้ง แต่ในคดีทางแพ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงิน หากเชื่อมโยงถึงบุคคลใดก็จะเรียกมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ต่อไป”

ด้านนายวิทยากล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบงบประมาณปี 2559 แต่ ปปง.จะขยายผลเพิ่มเติมหากพบกระทำผิดก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติอายัดทรัพย์สินครั้งแรกที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์และพวก รวม 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท

Advertisement

นายวิทยากล่าวอีกว่า ขณะนี้การตรวจสอบทรัพย์สินค่อนข้างยากเนื่องจากมีการแปรสภาพเป็นรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงไม่ได้ผ่านสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดนำไปฝากบุคคลอื่น ทั้งเครือญาติและคนใกล้ชิด เชื่อว่ามีมากกว่า 19 คน แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศ ส่วนจะมีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ใหญ่กว่าปลัด พม. กำลังตรวจสอบ โดย ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน 2 ราย คือ นายพุฒิพัฒน์และ น.ส.วาสนา หลังจากนั้นจะขยายผลกล่าวโทษบุคคลอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ประเด็นการฆ่าตัดตอนนั้นดูจากพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมาประกอบกัน คาดว่าไม่น่าเป็นการตัดตอนเพราะไม่พบการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด