เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายธนาวุฒิ วิบูลย์รุ่งเรือง พ่อของน้องไตตั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 หนึ่งในสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี่ บอกว่า ได้เยี่ยมน้องไตตั้นแล้วผ่านห้องกระจก เปิดกระจกคุยกัน ห่างประมาณ 5 เมตร มีการพูดคุยกัน แต่จับใจความไม่ได้ว่าลูกพูดอะไร เพราะไตตั้นใส่หน้ากากอนามัยอยู่ แต่เขาก็โบกมือทักทายตอบโต้ บอกไปว่าพ่อรออยู่ตรงนี้นะ ลูกชายผอมลงไปมาก เห็นข้อมือเล็กนิดเดียว ตอนนี้ไม่ห่วงอะไรมากแล้ว เพราะอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์ แพทย์บอกว่ารอให้การตรวจสอบเชื้อต่างๆ เรียบร้อย ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 วัน จะสามารถเข้าใกล้ลูก ได้กอดลูก ตอนนี้จึงยังไม่ได้พูดคุยซักถามอะไรกัน แต่เห็นสีหน้าลูกสดชื่นขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว รอเพียงได้เข้าเยี่ยมลูก ดูแลใกล้ๆ และเขาแข็งแรงดีเป็นปกติ
นายธนาวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบว่าลูกออกมาด้วยวิธีไหน หรือออกมาคนที่เท่าไหร่ แต่ได้ออกมาก็ดีใจแล้ว เหมือนเขาได้เกิดใหม่ เหมือนปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับครอบครัวเราจริงๆ เหมือนเรามีลูกคนแรกอีกครั้ง หลังจากลูกหายดีออกจากโรงพยาบาล หากเขาอยากทำอะไรก็จะพาไป แต่ที่แน่ๆ ก็ต้องไปบวชตามที่บนบานไว้
“วันที่เขาหายไปตอนนั้น กลัวและกังวลมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไปพบรองเท้า พบรอยมือ รอยเท้า ก็เริ่มมีความหวัง เห็นความพยายามและความตั้งใจของทุกๆ คนในการช่วยเหลือก็สบายใจขึ้น โชคดีที่ลูกไม่ได้หนีไปทางน้ำ แต่หนีเอาตัวรอดกันได้ ตอนที่ยังไม่เจอตัว ก็มีบางครั้งที่ใจหาย แต่ตราบใดที่เรายังไม่มีข้อมูลแน่ชัด เราก็ไม่อยากปักใจเชื่ออะไรทั้งนั้น กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ไปพบลูกและเพื่อนๆ ทุกคนปลอดภัย ตอนนั้นดีใจที่สุด แต่ความกังวลก็กลับมาอีกครั้งเมื่อไม่รู้ว่าจะเอาเขาออกมาได้อย่างไร พอถึงจุดหนึ่งเจ้าหน้าที่มาบอกว่าจะต้องพาเด็กๆ ออกมา ผมเชื่อมั่นว่าเขาสู้ เขาทำได้ ลูกเราเป็นคนมีความอดทน ถ้าเขาอยากออกมา เขาต้องทำให้ได้ ผมเชื่อว่าเขาและเด็กๆ ทุกคนทำได้ และพวกเขาก็ทำได้จริงๆ” พ่อของไตตั้นกล่าว

