คร.เผยข้อมูลล่าสุดพบผู้เสียชีวิตโรคพิษสุนัขบ้ารายที่ 12 ชี้ส่วนใหญ่โดน ‘ลูกสุนัข’ กัดหรือข่วน

12.07.18 | 19:29 น.

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 นี้มีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก 1 ราย จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พบว่าผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นชาย อายุ 26 ปี ในจังหวัดมุกดาหาร โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2560 เป็นลูกสุนัขไม่มีเจ้าของอายุ 2-3 เดือน กัดบริเวณหลังมือซ้ายมีเลือดออก ไม่ได้ล้างแผลและไม่ได้ไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีน ครั้งที่สองเมื่อเดือนมกราคม 2561 ถูกสุนัขในหมู่บ้านกัดที่น่องซ้ายมีเลือดออก ไม่ได้ไปหาหมอและไม่ได้ฉีดวัคซีนเช่นกัน  ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในปีนี้รวมเป็นจำนวน 12 ราย (จากสุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง หนองคาย ยโสธร ระยอง กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร)

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า จากข้อมูลในปี 2561 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกลูกสุนัขกัดหรือข่วน แล้วไม่ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเกิดจากความชะล่าใจในการป้องกันหลังสัมผัสสัตว์ที่เสี่ยงมีเชื้อเพราะคิดว่าเป็นลูกสัตว์ที่นำมาเลี้ยงจึงน่าจะไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า และขาดความตระหนักเพราะเห็นว่าเป็นรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  กรมควบคุมโรค  จึงขอแนะนำประชาชนว่าหากท่านเคยถูกสัตว์เลี้ยงกัดหรือข่วนนานแล้ว แม้ว่ารอยแผลจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แล้วไม่ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ขอให้ไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เนื่องจากระยะฟักตัวของโรค ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนมีอาการป่วยอาจสั้นมากตั้งแต่ 1 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 1 ปีได้