“รองโจ๊ก”นำทีม รวบ 23 คน เครือข่ายแสวงหาประโยชน์ค้ามนุษย์”พม่า-โรฮิงญา”

13.07.18 | 20:53 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ศูนย์ปฎิบัติการสถานีตำรวจท่องเที่ยว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท )ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบช.ภ.9 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลังชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จับกุมเครือข่ายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์ (เมียนมา- โรฮิงญา) จำนวน 23 คน ตรวจยึดของกลางเป็นยานพานะสำหรับขนส่งเหยื่อค้ามนุษย์อันมีมูลค่าหลายล้านบาท ได้แก่รถทัวร์ จำนวน 2 คัน รถยนต์กระบะ 3 คัน และรถยนต์เก๋ง 4 คัน


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปราม ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งจากการแกะรอยขบวนการดังกล่าว มีปฏิบัติการทั้งหมด 7 ครั้ง ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ, ระนอง, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, ปัตตานี และนราธิวาส สามารถช่วยเหลือเหยื่อชาวเมียนมาร์และชาวโรฮิงญา ทั้งหมด 81 ราย ในจำนวนเหยื่อนี้เป็นเด็ก 5 คน จับกุมผู้ต้องหา 23 คน มีระดับแกนนำซึ่งเป็นนายหน้า ประกอบไปด้วยนายอ้าวตู หรือลาย นายโม นายนิอาลิยะห์ อูเซ็ง หรือนายนิ ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ก่อเหตุมานานกว่า 5 ปี โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านซึ่งเอเย่นต์จะรวบรวมชาวพม่ามาที่เกาะสอง จากนั้นจะเข้าชายแดนทาง จ.ระนอง จ.ตาก จ.กาญจนบุรี ก่อนที่ขึ้นรถทัวร์มาที่จ.ชุมพร จากชุมพรไปพัทลุงหรือหาดใหญ่ ตอนที่จะพาเข้าทางเส้นทางชายแดนไทยที่ด่านสะเดาหรือสุไหงโกลก ก่อนที่จะเข้าไปสู่ประเทศมาเลเซีย

ด้าน พล.ต.ต.ดาวลอย กล่าวว่า จากการสืบสวนขบวนการนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค9 เร่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 มีคดีกว่า 57 คดี ในอดีตจะมีการขนโรฮิงญามาทางเรือหรือรถบัส แต่ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนขนแรงงานซึ่งเป็นพม่าพุทธ หรือพม่าขาว ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ทำให้ตำรวจรู้กลุ่มบุคคลที่เป็นนายหน้าทั้งหมดแล้ว ซึ่งนายหน้ากลุ่มต้นทางที่ประเทศพม่ามี 5 กลุ่ม กลางทางในไทยมีมากกว่า 50 ราย และปลายทางมาเลเชียมีด้วยกัน 3กลุ่ม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ กว่า 100 ราย เบื้องต้นแจ้งข้อหา“ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืน กฎหมาย, ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจาก การจับกุม , ร่วมกันค้ามนุษย์, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์”มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

ต่อมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พล.ต.ต.ดาวลอย และคณะลงพื้นที่บริเวณป่าละเมาะ ในต.ท่าช้าง อ.บ้านกล่ำ จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดที่ขบวนการดังกล่าวใช้เป็นที่พักซุกซ่อนชาวพม่าหรือชาวโรฮิงญาเพื่อรอคำสั่งการขนย้ายจากนายทุนชาวมาเลเชีย โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้างของชาวบ้านในละแวกอ.บ้านกล่ำ ซึ่งต้องเดินเท้ากว่า 1-2 กิโลเมตรจากถนนใหญ่ ก็พบมีการนำผ้าใบมากางเป็นที่บังแดด ใกล้กันพบขวดน้ำพลาสติกจำนวนมาก ทั้งนี้มีรายงานว่าแรงงานทั้งหมดเมื่อถูกลำเลียงเข้ามาโดยรถบัสที่มีการดัดแปลงช่องลับ ก่อนจะถูกทิ้งไว้ริมทาง ก่อนจะมีผู้ร่วมขบวนการ การนำไปซุกซ่อนในพื้นที่รกร้างของชาวบ้านบริเวณนั้น โดยจะเน้นห่างไกลผู้คนและไม่เป็นที่สังเกต และจะให้อาหารและน้ำเพียงวันละ 1 มื้อเท่านั้น

Advertisement

ต่อมาเดินทางไปอีกจุดคือบริเวณแม่น้ำสุไหงโกหลก ภายในหมู่บ้านปาดังยอ ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกหลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นจุดที่ขบวนการค้ามนุษย์นำชาวพม่าและชาวโรฮิงญาลำเลียงโดยการข้ามแม่น้ำเพื่อข้ามไปยังมาเลเชีย โดยพื้นที่ดังกล่าวช่องทางธรรมชาติที่ง่ายและสะดวก อีกทั้งครอบคลุม 4 อำเภอในจ.นราธิวาส ได้แก่ อ.ตากใบ อ.สุไหงโกลก อ.แว้ง และ อ.สุคิริน ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย
อีกทั้งบริเวณหน้าแล้งสามารถเดินเท้าข้ามไปได้โดยไม่ต้องใช้เรือ