วันที่ 14 กรกฎาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า เวลานี้ กรมอุทยานฯได้นำเอาเทคโนโลยีตัวใหม่มาใช้ สำหรับการป้องกันรักษาทรัพยากป่าไม้ และสัตว์ป่า นั่นคือ อุปกรณ์ที่เรียกว่า เอ็นแค็ปส์(NCAPS) ซึ่งมีผลดีมากๆเป็นที่ประจักษ์ได้คือ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนที่ผู้ต้องหาเหล่านั้นจะเข้าไปตัดไม้หรือล่าสัตว์ในป่า โดยอุปกรณ์เอ็นแค็ปส์นี้ จะส่งสัญญาณภาพแบบเรียลไทม์ ตัวคีย์แมน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าดู ซึ่งมีมากกว่า 1 คน ภายหลังจากที่หลายๆอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นำระบบนี้ไปใช้ พบปริมาณการสูญเสียทรัพยากรทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามโทษของผู้ที่กระทำผิดอาจจะน้อย แต่กรมอุทยานฯก็อยากจะให้ผู้ต้องหาเหล่านี้กลับใจมาร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรในอนาคต โดยการทำความเข้าใจจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า แต่เดิม เอ็นแค็ปส์ เป็นอุปกรณ์ที่องค์กรพัฒนาเอกชนนำมาให้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานทดลองใช้ นำไปติดในพื้นที่ป่า ซึ่งอุปกรณ์จะถ่ายทอดภาพแบบเรียลไทม์ มาให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯรับรู้ว่าแต่ละวันมีอะไรเคลื่อนไหวบ้าง ทั้งนี้ อุปกรณ์เอาไปติดอยู่ที่ไหน บริเวณใดบ้าง จะถือเป็นชั้นความลับของทีมงานภายในอุทยานฯ ส่วนข้อมูลที่สัญญาณภาพส่งกลับมานั้นจะมีหน่วยที่เรียกว่า คีย์แมน เฝ้าระวังดูอยู่ ซึ่งแน่นนอนว่ามีมากกว่า 1 คน
“เอ็นแคปส์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง ที่เป็นกลยุทธพิเศษสำหรับการทำงานด้านป้องกันและรักษาทรัพยากรทั้งป่าไม้ และสัตว์ป่า หากเราเห็นจากกล้องแบบเรียลไทม์ ว่า เวลานี้มีบุคคลต้องสงสัย พกพาอาวุธเข้าไปในป่า เราจะสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสกัดจับกุมได้ก่อนที่จะมีการสูญเสียทรัพยากร นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนรับมือกับการทำงานป้องกันปราบปรามต่อการเผชิญหน้าผู้ที่คิดไม่ดีกับทรัพยากรได้ ป้องกันการสูญเสียทรัพยากรบุคคลของอุทยานได้”นายประวัติศาสตร์ กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่มีการจับก่อนตัด นั้นจะทำให้หลักฐานการจับกุมดำเนินคดีอ่อนไปหรือไม่ นายประวัติศาสตร์ กล่าวว่า การประเมินสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นนั้นทำได้ไม่ยาก ไม่มีคนคิดดีกับป่าคนไหน ถือปืน พกอาวุธ แบกเสบียงเข้าป่าตอนกลางคืน ทั้งนี้ การดำเนินการไม่จำเป็นต้องจับใส่คุก หรือเอากฏหมายข้อไหนมาจัดการเสมอไป ซึ่งความจริงแล้วอุทยานฯต้องการที่จะดึงคนมาเป็นแนวร่วมในการดูแลปกป้องป่ามากกว่าการไปจับใครเข้าคุก กรณีของชาวบ้านนั้น มีพื้นฐานของความยากจนในการเข้ามาตัดไม้ล่าสัตว์ จากการรับจ้างนายทุนเข้ามา ดังนั้นเป้าหมายของการจับกุมอีกอย่างคือการหาต้นตอ หรือตัวนายทุนผู้ว่าจ้าง ซึ่งโชคดีว่า ปัจจุบันมีกฏหมายพิเศษสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ถึง 7 วัน จากเดิมที่ได้แค่ 48 ชั่วโมง
“ระยะเวลาที่เราควบคุมตัวเขาไว้แค่ 48 ชั่วโมงนั้น อาจจะไม่เพียงพอในการสอบสวน เพื่อเค้นหาต้นตอ นายทุน ยิ่งเจอพวกที่กินยาบ้าเข้าไปยิ่งยากใหญ่ แต่เมื่อกฏหมายเอื้ออำนวยให้เราสามารถควบคุมผู้ต้องหาไว้ได้ถึง 7 วัน จะทำได้ทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งอบรม หรือขั้นสุดแล้วคือการสาบาน วิธีการเช่นนี้ เราทำมาหลายเคสมาก พบว่า มีผู้ที่กระทำผิดซ้ำ หรือถูกจับกุมซ้ำนั้นน้อยมาก และมีส่วนหนึ่งเข้ามาร่วมเป็นแนวร่วมในการดูแลป่ากับเราด้วย อันนี้น่าชื่นใจมาก”นายประวัติศาสตร์ กล่าว
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามก็มีบ้างที่เป็นพวกเหลือขอจริงๆถูกจับซ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะใช้บันทึกจับกุมเดิมเข้าดำเนินคดี ตามมาตรา 18 คือ ได้เคยแจ้งเตือนแล้ว โทษก็จะหนักมากขึ้น จากการประเมินเรื่องการจับกุมผู้ต้องกาเข้าไปทำลายทรัพยากรในป่า โดยเอ็นแค็ปส์ภายในปีที่ผ่านมานั้น มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ
“ก่อนหน้าที่ทางองค์กรพัฒนาเอกชนนำมาให้เราใช้ ตอนนั้นยังไม่มีราคากลางที่ทำให้ตั้งงบประมาณจัดซื้อได้ แต่เมื่อทำลองใช้ไปแล้วได้ผลค่อนข้างดีมาก เราได้ตั้งเรื่องเพื่อขอใช้อุปกรณ์ตัวนี้อย่างจริงจัง เวลานี้ อุทยานแห่งชาติทับลานมีเอ็นแค็ปส์ติดตั้งอยู่ถึง 40 ตัว อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งเป็นป่าผืนเดียวกับทับลาน 20 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูจองนายอย 15 ตัว ด้วยกัน”นายประวัติศาสตร์ กล่าว

