วันที่ 14 กรกฎาคม น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รักษาการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้า ร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ว่า กรมป่าไม้มีความพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2534 ก่อนจะมาสำเร็จในปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่จะรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้ “ขยายป่าชุมชน”ให้มากขึ้น รัฐบาลโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ยกร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง โดยปรับชื่อเป็น ร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ แต่เนื่องจาก สปช. หมดวาระ ดังนั้นสภาพขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้นำ ร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนมาผลักดันต่อร่วมกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่ากากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ปฏิบัติภารกิจโดยเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เพื่อให้รัฐได้ป่า ประชามีที่ทำกิน และสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น ทส. จึงเร่งเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.ป่าชุมชน เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาออกกฎหมาย และเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2561 ครม.มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน ตามที่ ทส.เสนอ ซึ่งขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาตามขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย
น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกัน พล.อ.สุรศักดิ์ ได้มอบนโยบายให้กรมป่าไม้ให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. ป่าชุมชน กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมอบแนวทางให้กรมป่าไม้จัดประชุมตัวแทนคณะกรรมการป่าชุมชนจากทุกภาคทั่วประเทศ โดยกำหนดจัดประชุม จำนวน 3 ครั้ง รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 1,500 คน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบายรัฐบาล ด้านการเร่งขยายป่าชุมชน ตลอดจนสร้างการรับรู้ เรื่อง ร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการจัดตั้งป่าชุมชน ประโยชน์ของป่าชุมชน รวมทั้งการขยายการจัดตั้งป่าชุมชน และร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างกติกาป่าชุมชน โดยใช้กลไกกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่การร่วมรับรู้ การร่วมคิด การร่วมกำหนดความต้องการภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด เพื่อให้การบริหารจัดการป่าชุมชนให้เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

