จากรณี นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โฆษกกระทรวงยุติธรรมได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีเมื่อวานนี้(14ก.ค.)ถึงแนวคิดการประโยชน์ นักเตะ 12 หมูป่า จากมหาวิทยาลัยดังเสนอให้ทุนและมองเรื่องดังกล่าว เป็นการให้ประโยชน์เหมือนการปลอบขวัญ “อย่าเยอะอย่านอยด์” ทั้งนี้หลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็น 2 มุม อ่านรายละเอียด รองปลัดยธ.ชี้กรณีหมูป่า “อย่าเยอะ อย่านอยด์” มองประโยชน์ที่ได้รับ แค่ของปลอบขวัญ
ล่าสุดเมื่อวันที่15 กรกฎาคม นายธวัชชัย ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่า น่าเสียดายที่เราคิดและทำแบบแยกส่วน ไม่คิดสัปปายะหรือเอาสิ่งที่เหมาะกัน สิ่งที่เกื้อกูล ช่วยสนับสนุนกันและกัน จึงทำให้ประเทศนี้ติดกับดัก
ต้องแยกส่วนคิดครับ ระหว่างการอนุเคราะห์ช่วยเหลือเด็กติดถ้ำกับเด็กยากจน เรื่องเด็กยากจนผมก็เห็นด้วยว่าต้องทำและช่วยเหลือ ที่ผู้มีหน้าที่ต้องรับไปคิดและทำ
การคิดเหมาโหลเราก็จะติดกับดักเดินต่อไปไม่ได้
เช่น ปัญหาด้านอำนวยการยุติธรรมการออกกฏหมายต้องปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมและทั่วถึง จึงจะเรียกว่า “ความยุติธรรม” แต่ในความยุติธรรมดังกล่าวข้างต้น ยังมีความ “อยุติธรรม” ซ่อนอยู่นั่นคือ “คนมีไม่เข้ากัน” เราจึงต้องมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมขึ้นมาช่วยเหลือคนจนคนด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงการอำนวยยุติธรรมเท่ากับคุณอื่นที่มีมากกว่า ด้วยการออกค่าเงินค่าจ้างทนายความ ค่าปล่อยตัวชั่วคราว ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายดำเนินคดี เป็นต้น
กรณีเด็กติดถ้ำก็เฉกเช่นเดียวกัน คณูปการจากกรณีนี้ประมาณค่าไม่ได้ก็ดำเนินการไป กรณีเด็กยากจนก็เป็นอีกฝั่งฝาที่เราก็ต้องทำเฉกเช่นเดียวกัน แต่ต้องแยกส่วนคิด แยกส่วนทำ และจะทำอย่างไรก็ต้องช่วยกันคิดขยับขับเคลื่อนกันต่อไป
ด้วยความเคารพครับ


