ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาล “สงกรานต์” หรือปีใหม่ไทยปีนี้มีกิจกรรมคลายร้อนมากมาย เพื่อต้อนรับบรรดาลูกหลานที่ต้องจากภูมิลำเนาเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ๆ ทยอยกันกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด เพื่อไปทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ เข้าวัดทำบุญตามวัดต่างๆ
ที่สำคัญ ได้กลับไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพื่อขอพรเสริมความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับมาทำงานหนักกันอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มที่อาจไม่มีจุดหมายปลายทางที่ไหน หรือบางคนที่ยังต้องทำงานในช่วงวันหยุดยาวแต่ก็อยากทำบุญ ไหว้พระ
ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำบุญ ไหว้พระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น “พระพุทธรูปโบราณ” ที่หาชมได้ยาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สงกรานต์ สืบสานประเพณี ส่งเสริมวิถีไทย”
โดยไฮไลต์ในปีนี้ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมงคลโบราณปางต่างๆ ซึ่งถือเป็นสมบัติของแผ่นดิน จำนวน 9 องค์ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น และคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.ปทุมธานี มาประดิษฐานยังบริเวณฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวได้กราบสักการบูชา ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยสิ่งดีๆ และเป็นสิริมงคลตามแบบแผนประเพณีที่ดีงามของไทย
สำหรับพระพุทธรูปมงคลโบราณ 9 องค์ ที่ สวธ.นำมาให้ประชาชนได้กราบสักการะ
เริ่มจาก “พระพุทธรูปประทานอภัย” ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรในประเทศไทย) พุทธศตวรรษที่ 18-19 อายุราว 700-800 ปี ปางประทับยืนตรง อยู่ในกิริยาประทานอภัย หรือภาษาสันสกฤตเรียกว่า “อภยมุทรา” แปลว่า ไม่มีภัย หรือไม่กลัวภัย
จึงหมายถึง “ความไม่มีภัยทั้งปวง” หรือ “ไม่หวั่นเกรงภัยใดๆ”
“พระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัย” ศิลปะล้านนา สร้างขึ้นตามเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เอง ทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิราช แสดงบุญญานุภาพเพื่อปราบพระยาชมพูปติ
จนสิ้นทิฐิมานะ และขอบวชเป็นพระสาวกในพระพุทธศาสนา
“พระพุทธรูปถือตาลปัตร” โดยปกติพระพุทธรูปทรงตาลปัตรหมายถึงพระพุทธรูปในอิริยาบถทรงแสดงพระธรรมเทศนา และการประดับธรรมจักรที่ฐาน ผู้สร้างอาจต้องการย้ำประหนึ่งว่าพระบรมศาสดาทรงหมุนวงล้อแห่งธรรมเพื่อเผยแผ่พระศาสนาออกไปในสากลโลก
ขอพรกันต่อกับ “พระชัยเมืองนครราชสีมา” ปางมารวิชัย พระวรกายโดยรอบมีจารึกอักษรขอม “พระชัย” หรือ “พระไชย” มีความหมายว่า “ชัยชนะ” มีการอัญเชิญในพระราชพิธีต่างๆ เรียกว่าพระชัยพิธี สำหรับขจัดอุปสรรค อำนวยให้พิธีการสำเร็จผล
“พระพุทธรูปปางลองหนาว” ประทับนั่ง ทรงจีวรคลุมพระวรกายทดลองหนาว เพื่อจะได้ทรงทราบประมาณ และประทานพระบรมพุทธานุญาตจีวรบริขารสำหรับภิกษุสงฆ์แต่พอดี เป็นพุทธปฏิมาที่หาได้ยาก ที่สำคัญคือเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาในรัชกาลที่ 6 ทรงเสด็จพระราชสมภพเดือนมกราคมซึ่งอยู่ในฤดูหนาว
“พระพุทธรูปปางฉันสมอ” ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา สันนิษฐานว่าแต่เดิมเคยมีผลสมอวางอยู่ จีวรแบบพุทธศิลป์จีน ลายดอกลงยาสี ตามพุทธประวัติท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) ทรงทราบว่า ภายหลังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้มา 7 สัปดาห์ ยังมิได้เสวยภัตตาหาร พระอินทร์จึงน้อมถวายผลสมอเป็นพระโอสถนั่นเอง
“พระพุทธรูปปางโปรดมหิสสรเทพบุตร” ศิลปะรัตนโกสินทร์ การบูชาเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติผู้เคารพกราบไหว้ให้ไม่อยู่ในความประมาท ขจัดอัตตานิยม ขจัดมิจฉาทิฐิ หรือความเห็นผิด
“พระพุทธรูปปางขอฝน” สร้างขึ้นตามเหตุการณ์ในพุทธประวัติ ในคราเกิดทุพภิกขภัยฝนแล้งอย่างหนัก ประชาชนเดือดร้อน พระพุทธองค์ทรงยืนขอบสระโบกขรณีซึ่งเหือดแห้ง แล้วยกพระหัตถ์ขวากวักเรียกฝน
ส่วนพระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นเสมอบั้นพระองค์รอรับน้ำฝน ไม่นานก็มีเมฆดำตั้งเค้าจนเกิดฝนตกห่าใหญ่
ปิดท้ายที่ “พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์” ประทับห้อยพระบาทบนโขดหิน เบื้องพระพักตร์ซ้ายขวามีช้างชูงวงถวายกระบอกน้ำ และลิงถวายรวงผึ้ง
ตามพุทธประวัติกล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระภิกษุเกิดความบาดหมางขัดแย้งกัน พระพุทธองค์จึงทรงปลีกวิเวกไปอยู่ป่ารักขิตวัน โดยมีช้างหัวหน้าโขลงชื่อ “ปาลิไลยกะ” เป็นผู้อุปัฏฐากคอยดูแลหาน้ำและผลไม้ป่าต่างๆ มาถวาย และระแวดระวังภัยมิให้ผู้ใดมากล้ำกราย โดยพญาวานรเห็นจึงเกิดความเลื่อมใส นำรวงผึ้งไปถวายบ้าง
สำหรับพิธีสรงน้ำพระ ถือเป็นการแสดงออกที่ดีในด้านความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการแสดงออกซึ่งการเคารพและนับถือพระพุทธศาสนา อานิสงส์ของการสรงน้ำพระ เป็นบุญที่แปรเปลี่ยนสภาพมาเป็นความสุขใจ สบายใจ อันเกิดจากความเลื่อมใสในสิ่งที่ตนเคารพสักการบูชานั่นเอง
การอัญเชิญพระโบราณมาไว้ในห้างกลางเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพร นอกจากจะตอบโจทย์คนขี้ร้อนและคนที่มีเวลาจำกัดแล้ว ยังถ่ายทอดประเพณีไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้อีกแง่มุมหนึ่ง
โดยงานสงกรานต์ สืบสานประเพณี ส่งเสริมวิถีไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

