เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีโจรกรรมรถยนต์จำนวน 2 คดี สามารถยึดรถยนต์ของกลางได้จำนวนรวม 16 คัน รถจักรยานยนต์อีก 6 คัน อาวุธปืน 4 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน และเอกสารสมุดสัญญาการกู้เงินและรับจำนำรถยนต์อีกหลายรายการ
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า สำหรับคดีแรกสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนหลายรายถึงพฤติการณ์ของนายศักรินทร์ หรือเอ็ม ยิ่งชัชวาลชัย หรือชื่อเดิมคือนายวีรวัฒน์ ศรีโปฏก อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/103 ม.2 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่าน ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังมีพฤติการณ์หลอกรับจำนำรถยนต์และสิ่งของมีค่าต่างๆ ก่อนจะเชิดหนีหายไปเพื่อนำไปขายต่อในตลาดมืดอีกทอดหนึ่ง
ทั้งนี้จากการสืบสวนทราบว่านายศักรินทร์ ปัจจุบันมีหมายจับในคดีเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ที่เป็นรถยนต์จำนวน 3 หมายจับ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมในการตระเวนหลอกเช่ารถจากผู้ประกอบการรถเช่าตามพื้นที่ต่างๆก่อนเชิดรถหนีหายไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจสอบบ้านพักจำนวน 3 แห่งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เนื่องจากสืบทราบว่าสถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นสถานที่ในการเก็บรถยนต์และสิ่งของมีค่าต่างๆที่ได้มาจากผู้เสียหาย เบื้องต้นการตรวจค้นไม่พบตัวนายศักรินทร์ พบเพียงรถยนต์จำนวน 15 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน อาวุธปืน 4 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน และเอกสารสมุดสัญญาการกู้เงินและรับจำนำรถยนต์อีกหลายรายการ จึงได้ยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับประสานติดต่อเชิญตัวเจ้าของรถยนต์เหล่านี้มารับคืนยังกองปราบฯ ซึ่งเบื้องต้นรถยนต์ของกลางที่ทำการตรวจยึดได้เหล่านี้จากการสืบสวนเชื่อว่าน่าจะเป็นรถที่เตรียมส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน

น.ส.ทองพัชร ภิญโญวิชิต อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเปิดบริษัทรถเช่าแบบถูกกฎหมาย กระทั่งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา นายศักรินทร์ได้มาติดต่อขอเช่ารถเป็นระยะเวลา 1 เดือน ในอัตราค่าเช่าวันละ 600 บาท โดยอ้างว่ารถเสียกำลังซ่อมอยู่ พร้อมกับนำเอกสารการซ่อมรถยนต์และบัตรประชาชนมาแสดงเป็นหลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยในช่วง 10 วันแรกนายศักรินทร์มีการส่งจ่ายค่าเช่ารถจริง ก่อนที่จะมาเริ่มค้างค่าเช่าในภายหลัง เมื่อทวงถามก็จะอ้างว่าติดปัญหาทางการเงินขอเลื่อนการชำระค่าเช่าไปก่อน กระทั่งขาดหายการติดต่อไปในที่สุด
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า สำหรับคดีที่สอง เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป.ได้เข้าตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อออดี้ รุ่นอาร์ 8 สีดำ ทะเบียน ด 2528 กรุงเทพมหานคร ได้ที่ปั้มนำมัน ปตท.เลียบด่วนรามอินทราฯ หลังสืบทราบว่าคนร้ายได้ปลอมป้ายทะเบียนรถเก๋งยี่ห้อออดี้ รุ่นอาร์ 8 วี 10 คูเป้ สีขาวที่ นายพงษ์พันธ์ เกษมสวัสดิ์ อายุ 39 ปี เป็นคนขับโดยมี นางเบญจมาศ มาสิงห์ ภรรยาของเจี๊ยบ เชิญยิ้ม ตลกชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุบน ถนนสายพนมทวน-กำแพงแสน บริเวณหลัก กิโลเมตร ที่ 13 หมู่ที่ 8 ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นเหตุให้ นายพงษ์พันธ์ เสียชีวิตคาที่ ส่วนนางเบญจมาศ แขนขวาและหลังหัก บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อปี 2553 หลังจากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ปลอมทะเบียนรถและเลขตัวถัง WUAZZZ42XAN*****มาสวม ก่อนหลอกขายให้ผู้เสียหายจำนวน 12 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ ราคาในตลาดรถยนต์อยู่ที่ 16 ล้านบาท กระทั่งเข้าตรวจยึดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ปลอมทะเบียนรถเก๋งคันดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป



