“โลกมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว จะกลับไปทำเหมือนเดิมๆ คงไม่ได้แล้ว” เป็นคำพูดของ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ที่ตอบคำถามกรณีมีการส่ง “พลทหาร” นายหนึ่งไปประจำเล้าไก่ ให้เลี้ยงไก่ให้กับ “นาย” ในสังกัดกองพันที่ 2 ศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
เหตุที่ยกเอาประโยคนี้ของ ผบ.ทบ.ขึ้นมาก็เพราะคำนี้ “สื่อความหมาย” ได้ครอบคลุมหลายกรณีที่กำลังเกิดขึ้น
จึงอย่าได้นึกว่า ทำอะไรลงไปแล้วจะปกปิดมิดชิดได้ดังในสมัยก่อน
โดยเฉพาะ “คำพูด” อย่าได้เผลอพล่อยอะไรออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด
ทุกครั้งก่อนที่จะพูดอะไรออกไป จึงจำเป็นต้องให้ “สมอง” ส่วนที่มีหน้าที่ใคร่ครวญไตร่ตรอง “กลั่นกรอง” เสียก่อน
กรณีเรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่ภูเก็ต!
ไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมาจากภัยธรรมชาติ หรือความบกพร่องของหน่วยงานรัฐ หรือความประมาทของมนุษย์ หรือทั้งหมดผสมโรงกัน กล่าวในแง่วิธีคิดวิธีมองปัญหาในฐานะ “เจ้าบ้าน” ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดจนหน่วยที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ทั้งหลาย ควรต้องแสดงออกถึงสปิริต ความรับผิดชอบอย่างยิ่งยวดในการ กอบกู้สถานการณ์กับบรรเทาทุกข์ผู้เดือดร้อน
เรือนักท่องเที่ยวจีนล่ม ควรจะจบงดงามเหมือนเรื่อง “เด็กติดถ้ำ” ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
แต่กลับบานปลายกลายเป็น “ความเสียหาย” กับประเทศไทย เมื่อมีระดับ “รองนายกรัฐมนตรี” คนหนึ่งให้สัมภาษณ์สื่อ ด้วยคำคำหนึ่ง ทำนองซ้ำเติมคนตายและคนจีน
ไทยเราเป็น “ประเทศเล็ก” ก็จริง แต่เรามี “คนใหญ่” จนลืมตัวอยู่มากมาย
ทำให้ลืมไปว่า…โลกมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว
ด้วยการสื่อสาร “ไร้พรมแดน” ในทุกวันนี้คำพูดของ “รองนายกฯ” ผู้หนึ่งที่พลั้งไปจึงก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลเมื่อโซเชียลมีเดียของคนจีนพากันกระหน่ำไทยแลนด์ จนรองนายกรัฐมนตรีไทยต้องออกมากล่าวคำ “ขอโทษ”
แต่ก็ช้าไป นักท่องเที่ยวจีนชวนกันบอยคอตท่องเที่ยวไทย ทยอยยกเลิกห้องพักที่ภูเก็ตไปแล้ว 7,712 ห้อง จาก 19 โรงแรมทันที
19 เที่ยวบินจีน-ภูเก็ต ถูกยกเลิก
ยังกระทบต่อเนื่องไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวพังงา กระบี่
การท่องเที่ยวประเมินว่า ความเสียหายเฉพาะภูเก็ตครั้งนี้ น่าจะประมาณ 42,000 ล้านบาท
“ประโยคเดียวที่ไม่ทันได้คิด” พ่นพิษรุนแรงนัก!?!!

