ทลายแก๊ง”เซาซิง”คอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ตะลึง!พบเงินสด 13ลบ.พร้อมรถยนต์หรู

18.07.18 | 19:40 น.

 


เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.โอฬาร เอี่ยมประพาส รองผบก.ทท.3 พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท .1 กก.2 บก.ทท.3 สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น 9 จุด ในจังหวัดภูเก็ต หลังสืบทราบว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์ โดยจุดแรก ห้องพักเลขที่ 158/42 ชั้น 3 คอนโดอาร์ทป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ตรวจค้นพบเงินสด 11 ล้านบาท และ น.ส.จี ชาวพม่า

จุดที่สอง อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นไม่มีเลขที่ ซ.นาใน 2 ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต พบบัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชี รายชื่อบัญชีโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนผ่านวีแชท คนจีน จำนวน 10 คน จุดที่สาม อาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่ริมถนนสวัสดิรักษ์ ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต จากการตรวจค้นพบเงินสดกว่า 300,000 บาท กระเป๋าหลุยส์วิตอง จำนวน 2 ใบ โทรศัพท์มือถือบัตรเอทีเอ็มบัตรเครดิตจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่ารายชื่อผู้เสียหายบัญชีรายรับรายจ่ายอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมคนจีนได้12 คน และคนไทย 2 คน และจุดที่สี่ ห้องพักเลขที่ 2406 ชั้น4 ของโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางอ.ป่าตอง พบนายเซาซิง อายุ 33 ปี หัวหน้าขบวนการ พร้อมของกลางสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย บัตรเครดิตจำนวนมาก รถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์รุ่นซีแอลเอ 200 ป้ายแดงทะเบียนง3715 กทม.จำนวน 1 คัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับปฎิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเมืองจี๋หลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสานความร่วมมือมายัง ศปอส.ตร. ว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ถึงขนาดว่ามีผู้เสียหายผูกคอเสียชีวิตจากการสืบสวนของตำรวจจีนพบว่า
มีการใช้ประเทศไทยตั้งฐานปฎิบัติการในไทย ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษตร. ฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้สืบสวน จากการสืบสวนพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เปิดเป็นศูนย์ปฏิบัติการอยู่ใจกลางเมืองป่าตองจังหวัดภูเก็ตโดยมีคนจีนหลายรายเป็นพนักงานโทรศัพท์และมีคนจีนด้วยกันเป็นหัวหน้าผู้ควบคุม

Advertisement

รองผบช.ทท.กล่าวอีกว่าสำหรับขบวนการนี้มีนายเซาซิง อายุ 33 ปี เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยนายเซาซิง เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นที่ต้องการตัว อีกทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์มังกรจีนกลุ่มนี้เป็นแก๊งที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ และเป็นที่ต้องการตัวของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างมาก เนื่องจากสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท การหลอกลวงของคนกลุ่มนี้ มุ่งเน้นไปที่ประชากรจีน ไม่มีคนไทยรายใดตกเป็นเหยื่อ

“จากการบูรณาการครั้งนี้ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 8 เครื่อง เร้าเตอร์ไวไฟจำนวน 4 เครื่อง ไอแพด 4 เครื่องโทรศัพท์มือถือจำนวน 150 เครื่อง เครื่องนับเงินจำนวน1 เครื่อง บัตรเครดิตจำนวน 135 ใบบัตรเอทีเอ็ม 6 ใบซิมโทรศัพท์มือถือจำนวน 52 ใบเงินสดจำนวน 13,568,570 บาทเงินสกุลจีนจำนวน 3800 หยวน รวมถึงโพยรายชื่อประชากรจีน ในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งลงทะเบียนในระบบ WeChat อีกจำนวนหนึ่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว”

เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการสิ้นสุดและเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต มีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิคส์ โดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ป่าตองดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป