เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. รายการเดินหน้าประเทศไทย มีการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวส่งทีมหมูป่ากลับบ้าน โดยมีแพทย์ นักจิตวิทยา โค้ชและเด็กๆทีมหมูป่าทั้งหมดร่วมพูดคุย
ในตอนหนึ่ง นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ ‘โค้ชเอก’ กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงแรกๆของการตัดสินใจเข้าถ้ำหลวงก่อนถลำลึกโดยพบว่าไม่สามารถออกจากถ้ำได้ ความดังนี้
“เมื่อตอนที่ไปครั้งแรกที่ 3 แยกมีน้ำขังนิดเล็กน้อย ครั้งนี้ก็เช่นกัน ก็เลยลองเข้าไปต่อโดยตนถามเด็กแล้วว่าจะไปกันไหม ถ้าไปมีเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นต้องออก เนื่องจากต้องออกก่อน 5 โมง เพราะต้องส่งไตตั้นไปเรียนพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร เพราะไนซ์บอกวันนี้วันเกิดต้องถึงบ้านก่อน 5 โมง พ่อแม่จัดงานวันเกิดรอที่บ้าน พร้อมถามว่าพี่ๆจะไปด้วยไหม ปั่นจักรยานไปพร้อมกัน และเมื่อพอเข้าไปติด รู้ตัวตอนกลับออกมาว่า เลยเนินนมสาวไปแล้ว ไปถึงจุดที่ไม่รู้ว่าคืออะไร มารู้ว่าภายหลังว่าเรียกว่าเมืองลับแลหรือเมืองบาดาล ทุกคนคุยกันว่าจะเข้าไปไหม แต่ต้องว่ายน้ำกันเข้าไป ซึ่งทุกคนยืนยันว่าไป โดยน้องตี๋อาสาว่าจะเช็คเองว่าลึกหรือไกลแค่ไหน ยืนยันว่าเด็กส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น มีเพียงบางคนที่ว่ายน้ำไม่แข็ง ต้องขี่คอไป
สำหรับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าเด็กว่ายน้ำไม่เป็นขอยืนยันว่าไม่จริง เพราะปกติแล้วส่วนใหญ่ตนจะพาน้องไปว่ายน้ำหลังซ้อมตลอด และเมื่อเลยเนินนมสาวไปในขณะนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นไหม แต่ก็เช็คน้ำอยู่ตลอด ซึ่งน้องตี๋บอกว่าขึ้นฝั่งแล้ว มาได้เลย ทุกคนจึงตามไป เมื่อไปถึงก็เช็คแล้วว่ามันไปได้อีก จึงถามเด็กจะไปต่อไหมเพราะต้องมุดน้ำไป แต่เมื่อมองนาฬิกาเห็นว่าเกินมาแล้ว 1 ชั่วโมง จึงบอกให้ทุกคนถอย และว่ายน้ำกลับ หลังจากนั้นเดินกลับมาปกติ แต่เมื่อมาเจอ3แยก น่าจะเป็นน้องบิวตะโกนขึ้นมาว่า…พี่เราเจอน้ำ”

โค้ชเอก ยังเล่าด้วยว่า เมื่อเด็กถามว่า หลงทางหรือไม่ ตนตอบว่า “ไม่หลงแน่นอน เพราะมีทางเดียว” และต้องดูว่าเป็นทางเข้าไหม ตนจึงไปเช็กเอง โดยให้ตี๋ ไนซ์ อดุลย์จับเชือกไว้ พร้อมบอกว่าถ้ากระตุกเชือก 2 ครั้งแปลว่าให้ดึงกลับ ถ้าไม่ดึงแปลว่าออกไปได้ แต่เมื่อไปถึงตนพบว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนเป็นหิน รู้สึกแล้วว่าออกไม่ได้ ต้องกลับออกมาบอกว่าออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จากนั้นจึงกระตุกเชือก เพราะส่งเสียงแล้วจะไม่ได้ยิน
หลังจากนั้นพาเด็กขึ้นไปบนบก น้องถามว่าจะออกยังไง จึงเสนอว่าขุดร่อง และได้เริ่มลงมือ หาก้อนหิน ตอนนั้นประมาณเกือบ 5 โมง ขุดไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าน้ำจะลด ตี๋จึงบอกว่าไปหาที่นอนก่อนไหมเพราะเริ่มมืดแล้ว ทุกคนตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ หลังจากนั้นตนจึงบอกไปว่าอาจเป็นน้ำขึ้นน้ำลง พรุ่งนี้อาจจะลด ไปนอนก่อนดีกว่า ขณะนั้นไม่มีอาหารในกระเป๋าเลย เพราะกินไปแล้วจากสนามฟุตบอล หลังจากนั้นได้เดินถอยออกจาก 3 แยกไป 200 เมตร เจอเนินทรายมีน้ำที่ตกอยู่หน้าถ้ำ หรือน้ำย้อยผาหิน จึงบอกน้องว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า และก่อนจะนอนหลับบอกว่าไหว้พระก่อน และขณะนั้นก็คิดว่ายังไงน้ำคงลดลง
สำหรับเหตุการณ์หลังจากนักดำน้ำชาวต่างชาติไปพบ และหน่วยซีลเข้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งการเลือกลำดับคนที่จะออกจากถ้ำก่อน-หลังนั้น ไมได้เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพหรืออายุ โดย ‘โค้ชเอก’ เล่าว่า หน่วยซีลบอกให้ตนเป็นคนพิจารณาว่าเด็กคนไหนจะได้ออกจากถ้ำก่อน ตนมองว่าใครบ้านไกลก็ให้ออกไปก่อน จะได้ปั่นจักรยานกลับไปที่บ้าน และไปแจ้งกับพ่อแม่ของเพื่อนๆ รวมถึงให้บอกว่าเตรียมอาหารไว้จะกลับออกไปกิน
โค้ชเอก ยังเล่าถึงความรู้สึกหลังทราบข่าว น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงฯว่า ทุกคนรู้สึกเสียใจและประทับใจที่ น.ต.สมาน ยอมเสียสละชีวิตเพื่อเปกป้องเด็กทั้ง 13 คนเพื่อให้ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกอย่างมีความสุขโดยปกติ เมื่อตอนทราบข่าวครั้งแรกว่ามีคนเสียสละชีวิตให้ 1 ท่าน ตอนแรกทุกคนช็อคและเสียใจมาก คิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวของพี่จ่าเสียใจและเดือดร้อน หลังจากนั้นเมื่อมีทีมแพทย์มาบอกว่ามีรูปจ่าแซมมา จะทำอะไรกันไหม ทุกคนบอกว่าอยากเขียนข้อความส่งถึงครอบครัวของพี่จ่า แต่ไม่รู้จะเขียนอย่างไร เลยมาเขียนเป็นความในใจบนรูปภาพของพี่จ่า และคิดว่าคงมีคนส่งไปยังครอบครัวจ่าแซม

