วันที่ 18 กรกฎาคม นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสิทธิของข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปสช. ล่าสุดที่ประชุมแจ้งให้ผู้ใช้สิทธิเบิกจ่ายยกเลิกการแสกนลายนิ้วมือที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อแสดงสิทธิ สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่แพทย์วินิจฉัยเห็นควรให้ใช้ยาพิเศษบางรายการที่มีราคาสูง จำนวน 41 รายการ กำหนดให้ผู้เข้ารับการรักษารายใหม่สำรองจ่ายไปก่อนตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดแนวทางตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
“สมาคมฯเสนอให้ สปสช.เร่งรัดเวลาในการเบิกจ่ายจากเดิมไม่เกิน 45 วัน เป็นไม่เกิน 15 วันเพื่อไม่ให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการรักษารายใหม่ และที่ประชุมมีการชี้แจงให้ทราบว่าขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการพิจารณาการใช้ยาทั้ง 41 รายการ โดยไม่ให้กระทบกับผู้รักษารายเก่า เนื่องจากพบว่ายาบางรายการเป็นยาที่ถูกนำมาทดลองใช้ และการรักษาแต่ละครั้งมีราคาสูง 8 -9 หมื่นบาท จึงต้องมีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อ ซึ่งอาจมีปัญหาจากผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้ตัวยาบางรายมีราคาแพงเกินจริง และจะต้องมีการต่อรองราคาให้ลดลงตามความเหมาะสม” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ติดตามปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของโรงพยาบาลในสังกัดอปท.หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต โรงพยาบาลของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดย สปสช.ได้เรียกเงินคืนแล้วหลายล้านบาท หลังจากตรวจสอบพบว่ามีการใช้ยานอกบัญชียาหลักบางรายการเกินความจำเป็น ไม่เป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์บัญชียาหลักแห่งชาติ จากนั้นที่ประชุมได้แจ้งให้ทราบแนวทางการตั้งงบประมาณ เพื่อเบิกจ่ายตรง
“ปีต่อไป สปสช.ประเมินว่า อปท.ทั่วประเทศจะใช้งบค่ารักษาพยาบาลกว่า 7,400 ล้านบาท ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตั้งงบประมาณไว้เพียง 6,500 ล้านบาท คาดว่าจะไม่เพียงพอ ดังนั้นจะต้องประสานงานกับคณะกรรมการการกระจายอำนาจ เพื่อหาวิธีกันงบประมาณให้เพียงพอกับการประมาณการไว้ล่วงหน้า นอกจากนั้น สปสช.แจ้งว่าจะนำร่องการงบเบิกจ่ายแบบใหม่ในปีงบประมาณ 2563 โดนโอนงบให้ อบจ. 76 จังหวัดเป็นผู้เบิกจ่ายกับสำนักงบประมาณ โดยไม่ผ่าน สถ.และ กรรมการกระจายอำนาจ แต่ทุกฝ่ายต้องมีความชัดเจน ไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นกรณีการโอนเงินค่ารักษาพยาบาลคืนให้ สปสช.ว่าจะใช้วิธีการอย่างไร เนื่องจากในอนาคตงบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลจะต้องโอนให้ อปท. 7000 กว่าแห่งทั่วประเทศ” นายพิพัฒน์กล่าว

