เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่อาคารวิทยาลัยแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะ ลงตรวจเยี่ยมการฝึกอาชีพตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และความมั่นคงในชีวิต พร้อมโชว์ฝีมือทำอาหารเมนูข้าวผัดสับปะรด ซึ่งนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบด้านอาหารและเบเกอรีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สัปปะรดราคาตกต่ำ

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายฝึกอบรมผู้มีรายได้น้อย 625,120 คน ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้าฝึกอบรมด้านช่างเอนกประสงค์ 81,000 คน และทักษะอาชีพเสริมหรืออิสระ 520,000 คน ปัจจุบันมีผู้สมัครฝึกอาชีพแล้ว 436,329 คน แบ่งเป็น ช่างเอนกประสงค์ 25,035 คน ทักษะอาชีพเสริมหรืออิสระ 411,294 คน และได้รับการฝึกอบรมแล้ว 95,000 คน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงานและประกอบอาชีพให้ก้าวพ้นความยากจน สำหรับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร มีผู้สมัครฝึกอาชีพ 13,680 คน แบ่งเป็น ช่างอเนกประสงค์ 220 คน และฝึกทักษะอาชีพเสริมหรืออิสระ 13,460 คน

“ขณะนี้มีผู้ได้รับการฝึกแล้วกว่า 2,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 19 โดยหลักสูตรฝึกอบรมที่ได้รับความสนใจมากเกี่ยวกับด้านการทำอาหารและเบเกอรี ตัดผม และนวดประกอบอาชีพเพื่อสุขภาพ ซึ่งหลักสูตรการอบรมเป็นการเพิ่มทักษะเพื่อหารายได้เสริมมากกว่าอาชีพหลัก คาดหวังให้ผู้ได้รับการฝึกออกไปประกอบอาชีพได้ร้อยละ 65 อย่างไรก็ตาม มีอุปสรรคที่จำนวนผู้สมัครฝึกอาชีพยังได้ไม่ตรงตามเป้า” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวและว่า ในการฝึกอบรมด้านอาหารและเบเกอรี ยังได้นำสับปะรดมาเป็นส่วนประกอบในการฝึกอบรมเพิ่มเติมจากเมนูเดิม เช่น ข้าวผัดสับปะรด น้ำสับปะรด คุกกี้ แยม เมนูของหวานจากสับปะรด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
พล.ต.อ.อดุลย์ ยังกล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ห้ามนำส่วนประกอบไขมันทรานส์เข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร ว่า การฝึกอบรมด้านอาหารและเบอเกอรีของ กพร. เลี่ยงการใช้วัตถุดิบที่มีไขมันทรานส์มาเป็นวัตถุดิบนานแล้ว เช่น ใช้เนยเทียมชนิดไม่มีไขมันทรานส์ เป็นต้น

