แม่-น้านศ.มหา’ลัยย่านทุ่งมหาเมฆแจ้งความ ลูกถูกรุ่นพี่ซ้อมเข้าไอซียูตัดม้ามทิ้ง

20.07.18 | 12:44 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ น.ส.ประสบสุข (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อาชีพพนักงานธนาคามารดาของนายปวริศ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยย่านทุ่งมหาเมฆ พร้อมน.ส.จันทิมา (สงวนนามสกุล) น้าสาว อายุ 36 ปี เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ณรงค์ ยิ้มปั่น รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ และร.ต.อ.ดลพิษิฐ คำผง รองสว.(สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเดียวกันสั่งทำโทษในลักษณะการธำมรงค์วินัยแบบทหารและทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อยจนมีอาการม้ามแตกต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส


น.ส.ประสบสุข กล่าวว่า น้องเปามีนิสัยเป็นคนไม่ค่อยพูด โดยเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม น้องเปามีอาการเจ็บบาดเจ็บที่ร่างกาย ได้ขอยาแก้ช้ำกิน แต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร บอกเพียงแค่ไปเล่นกีฬาเท่านั้น ต่อมาประมาณเวลาตี 4.00 น. น้องเปาได้ลงมาเข้าห้องน้ำน้องมีอาการฉี่ไม่ออกก่อนจะล้มลงแล้วจึงพยายามคลานไปหาน้า จากนั้นได้นำตัวน้องส่ง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แพทย์ได้ทำการรักษาพบว่ามีเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมาก โอกาสช็อคมีสูง ถึงจึงจำเป็นต้องตัดม้ามทิ้ง ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู เฝ้าดูอาการอยู่

น.ส.ประสบสุข กล่าวต่อว่า วันนี้ได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายลูกชายของตน โดยวันนี้ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงข้อความสนทนาที่เพื่อนของน้องแชทคุยกัน ว่ามีการทำร้ายร่างกายของรุ่นพี่ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์ของลูกจึงเห็นข้อความสนทนาผ่านแชทในกลุ่มเพื่อนๆ ของน้องเปาจึงทราบว่ารุ่นพี่ 3-4 คน ได้ลงโทษน้องโดยการชกต่อย โดยให้เหตุผลว่าปี 2 ไม่สามารถทำให้น้องปี 1 เคารพได้ จึงเรียกนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ประมาณ 20 คนมายืนเรียงหน้ากระดานแยกทั้งผู้ชายและผู้หญิง ก่อนที่รุ่นพี่ 3-4 คน ได้หมุนเวียนกันทำการชกต่อย แต่น้องดันเป็นผู้โชคร้ายที่เกิดขึ้น

น.ส.ประสบสุข กล่าวทั้งน้ำตาว่า วิธีการรับน้องแบบนี้ควรได้รับการล้มเลิกไปนานเเล้ว เพราะตนมีลูกคนเดียว ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีทางเข้าใจ อยากฝากถึงผู้ปกครองว่าให้ดูแลเด็กที่อยู่ในการปกครองให้ดีเพราะสถาบันครอบครัวถือว่าสำคัญมากในการสร้างเด็กให้ใช้ชีวิตในสังคม

ด้านพ.ต.ท.ณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ร.ต.อ.ดลพิษิฐ รับแจ้งความและสอบปากคำน.ส.ประสบสุข หลังจากนี้จะเรียกพยานซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ถูกทำร้ายร่างกายมาสอบปากคำ รวมถึงนายปวริศมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งประสานกับทางมหาวิทยาลัยให้นำตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีทั้งหมด 3 คน ให้มามอบตัวหากไม่มามอบตัวก็จะดำเนินการออกหมายเรียกหากยังไม่มาตามหมายเรียกก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไปในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส”

Advertisement