เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายสกลธี ภัททิกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยระหว่างนำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีดับเพลิง กทม. 3 แห่ง ได้แก่ สถานีดับเพลิงสุทธิสาร สถานีดับเพลิงดุสิต และสถานีดับเพลิงพญาไท เพื่อติดตามความพร้อมอุปกรณ์ประจำตัวของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ครุภัณฑ์ และชีวิตความเป็นอยู่ของบุคลากร ว่า สถานีดับเพลิงของ กทม.มี 47 แห่ง แต่ที่ผ่านมา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) มีแต่ข้อครหามาโดยตลอดว่าไม่ได้ดูแลคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเท่าที่ควร

“จากการตรวจเยี่ยม 8 แห่ง พบปัญหาคล้ายกัน คือ 1.อาคาร ห้องพัก และอุปกรณ์หลับนอนไม่เพียงต่อ เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องเข้าพักภายในห้องปฎิบัติการ จึงสั่งการให้จัดหาอุปกรณ์ใหม่เพิ่มเติม พร้อมให้เสนอขอจัดสรรงบประมาณปี 2562 ซ่อมปรับปรุงอาคารห้องพัก 2.อุปกรณ์ประจำตัวของเจ้าหน้าที่ยังขาด ต้องจัดหาให้มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ ชุดประจำตัว รองเท้า ไฟฉาย เป็นต้น และ 3.อาคารสถานีดับเพลิงชำรุดทรุดโทรม ต้องปรับปรุง” นายสกลธี กล่าวและว่า ปัจจุบัน กทม.มีรถดับเพลิงเก่ารอจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 300 คัน จะเร่งโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลและองค์กรต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมต่อไป เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรองรับรถดับเพลิงล็อตใหม่

นายสกลธี กล่าวว่า ขณะนี้มีรถดับเพลิงที่สิ้นสุดคดีทุจริต 176 คัน ที่นำออกมาจากโกดังเก็บสินค้าของบริษัท เทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ จำกัด ซึ่ง กทม.นำออกมาซ่อมแซมและกระจายไปตามสถานีดับเพลิงแล้วประมาณ 50 กว่าคัน โดยปลายเดือนกรกฎาคมนี้จะนำออกมาใช้งานอีก 24 คัน และรถดับเพลิง 139 คัน ในโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของ สปภ. ซึ่งจอดอยู่ท่าเรือ A5 ของบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันคดีรถดับเพลิง 139 คัน ยังอยู่ระหว่างไต่สวนในชั้นศาล เนื่องจาก กทม.ขอศาลคุ้มครองชั่วคราวเพื่อนำรถออกมาซ่อมแซม ใช้งานบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ได้เห็นชอบกันงบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงสถานีดับเพลิงทั้งระบบ

พล.ต.ท.สมเกียรติ กล่าวว่า สปภ.จะซ่อมแซมรถดับเพลิง 176 คัน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อนำมาใช้ช่วงฤดูแล้งต่อไป


