เมื่อเวลา 14.30 วันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นำทีมพร้อม นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจสอบบริษัทมิราเคิล เลเธอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 9 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยสืบสาบว่ามีการเปิดกิจการโรงงานนำเข้าและคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย หลังได้มีการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่มีพื้นที่ กว่า70ไร่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้สูงและป่าบดบังทัศนียภาพ พบมีขยะพลาสติกมัดใส่ถุงบิ๊กแบ๊กวางกองอยู่หน้าทางเข้าและภายในโรงงาน นอกจากนี้ยังพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรมที่คัดแยกชิ้นส่วนไว้วางกองเพนินอยู่หลายส่วนของโรงงาน
โดย พล.ต.อ.ดร.วิระชัย และคณะ ได้เข้าตรวจสอบโรงงานของบริษัทดังกล่าว พบคนงานสัญชาติชาวจีน16คน และสัญชาติอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง สันนิฐานว่าบางส่วนลักลอบปีนรั้วออกทางป่าด้านหลังของโรงงาน โดยสามารถจับกุมตัวผู้จัดการโรงงานคนจีนเอาไว้ได้ แต่เนื่องจากไม่มีใครสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เบื้องต้นจึงได้พยายามตรวจสอบว่าเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่
พล.ต.อ.ดร.วิระชัย กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้เนื่องจากเคยถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางจังหวัดราชบุรีได้เข้ามาตรวจสอบแล้วก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน แต่จากการสืบทราบ พบว่าหลังมีการสั่งปิดแล้ว ยังลักลอบเปิดกิจการอยู่ ซึ่งผู้นำชุมชนละแวกใกล้เคียงได้ทำการแจ้งข้อมูลไปทางส่วนกลาง จึงเป็นที่มาของการนำกำลังเข้าตรวจสอบเพื่อขยายผลจับกุมอีกครั้งหนึ่ง
โดยหลังจากตรวจสอบพบว่าโรงงานแห่งนี้มีขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่เต็มภายในพื้นที่โรงงานและเป็นขยะอันตราย นอกเหนือจากนั้นแล้วยังพบว่ามีการทำงานตามปกติ ซึ่งมีคนงานชาวจีนทั้งหมด16คน และมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติอื่นอีกจำนวนหนึ่ง โดยยังพบความร้อนจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งมั่นใจได้ว่ายังมีการเปิดดำเนินการทำงานปกติอยู่
“ขณะนี้ได้ทำการคุมตัวคนงานเอาไว้เพื่อตรวจสอบว่าได้เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ และจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 4 ข้อหาด้วยกันคือ 1.นำเข้าหรือมีไว้ในความครอบซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ.ศ.2535 มาตร 23 วรรค1 ข้อหาที่2ตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่3โดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่มีการติดตั้งเครื่องจักรหลอมพลาสติกหลายเครื่องภายในอาคาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 12 ข้อหาที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมโดยทำการปล่อยของเสียทิ้งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 8(5) ข้อหาที่ 4 ฝ่าฝืนประกอบกิจการระหว่างที่มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานมาตรา 55 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน2แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะทำการอายัดของกลางทั้งหมดไว้”พล.ต.อ.ดร.วิระชัยกล่าว





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 ภายหลัง พล.ต.อ.วิระชัย นำทีมบุกตรวจสอบบริษัทมิราเคิล เลเธอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 9 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี แล้ว ระหว่างทางกลับออกมาไม่ไกล ขบวนรถเจ้าหน้าที่ ได้พบกับรถบรรทุกตู้คอนเทเนอร์จำนวน 3 คันสวนทางมา จึงเร่งดำเนินการขอให้คนขับหยุดเพื่อตรวจสอบเอกสารและสิ่งของท้ายรถ ปรากฎว่าเป็นการบรรทุกขยะพลาสติกรวมทั้งหมด 100ตัน ซึ่งได้สำแดงเอกสารอันเป็นเท็จโดยระบุว่าเป็นพลาสติกบด และขยะพลาสติกดังกล่าวยังส่งกลิ่นเหม็นออกมาเป็นระยะๆ
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเอกสารนั้นระบุว่าเป็นการนำเข้าแสครปพลาสติกมาจากท่าเรือคลองเตย ทั้ง3คัน แต่พอเปิดดูตู้คอนเทรนเนอร์แล้วพบว่าไม่ใช่แสครปพลาสติกตามที่สำแดง แต่ที่จริงแล้วคือขยะพลาสติก ในส่วนนี้จึงได้จับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ครอบครองและนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับ ได้กระทำความผิดในพระราชบัญญัติการส่งออกและนำเข้า พ.ศ.2522 มาตรา 20 และจะยึดสินค้าเอาไว้ทั้งหมดเพื่อผลักดันกลับไปสู่ท่าเรือคลองเตยและส่งกลับคืนประเทศต้นทางต่อไป
“ผู้นำเข้าขยะพลาสติกเหล่านี้จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นคนละผู้ประกอบการกันกับบริษัทก่อนหน้านี้ ซึ่งอย่างที่ทราบเราตอนนี้ได้คุมเข้มตรวจสอบจน ซึ่งการพบรถบรรทุก3 คันนี้เป็นเรื่องบังเอิญ และหลังจากนี้จะเร่งขยายผลตรวจสอบต่อไปว่ามีข้าราชการคนใดที่รู้เห็นเกี่ยวข้องในการปล่อยให้ขยะพลาสติกเหล่านี้ออกมา ซึ่งหากพบ ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน” รองผบ.ตร.กล่าว





