หากเอ่ยถึงโรงพยาบาล (รพ.) ศรีธัญญา…หลายคนอาจมองว่าเป็นโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยจิตเวชเท่านั้น ประกอบกับสภาพแวดล้อมอาจไม่น่ารับบริการ ทำให้หลายคนยังมีความเชื่อเดิมๆ ว่า การมาโรงพยาบาลอาจถูกมองว่ามีปัญหาทางจิต แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่เลย…

รพ.ศรีธัญญาไม่ได้ให้บริการแค่โรคจิตเวช แต่ยังให้บริการโรคทั่วไป ที่สำคัญปัจจุบันได้มีการปรับโฉมการให้บริการที่เน้นให้คนไข้สะดวกสบาย มีเครื่องมือทันสมัย ที่สำคัญลดการรอคิวได้ถึง 50% … น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างพาสื่อมวลชนเยี่ยมชม รพ.ศรีธัญญา เนื่องในงานระลึกถึง ศ.นพ.หลวงวิเชียรแพทยาคม ครบ 120 ปี และครบรอบ 77 ปี ของการเปิดบริการของ รพ.ศรีธัญญา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม
น.ต.นพ.บุญเรือง อธิบายเพิ่มเติมว่า ในการปรับโฉมงานบริการผู้ป่วยจิตเวชจะเน้นการให้บริการอย่างสมเกียรติและครบวงจร โดยเฉพาะต้องอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างปัจจุบันมีคนไข้นอกเข้ารับบริการวันละ 500-700 คน ส่วนคนไข้ในอยู่ที่ 700 คน ซึ่งที่ผ่านมา ในส่วนคนไข้นอกจะมีปัญหาการรอคิวนานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ขณะนี้ก็มีระบบในการแก้ปัญหาการรอคิวรักษาให้เหลือการรอเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ด้วยการปรับระบบการรอคิว เมื่อคนไข้ยื่นบัตรจะทราบว่าตัวเองคิวที่เท่าไร ซึ่งระหว่างรอก็สามารถไปทำอะไรก่อนก็ได้ และเมื่อใกล้ถึงคิวก็จะมีสัญญาณเตือนไปยังคนไข้ทันที ขณะเดียวกันมีการปรับโฉมสถานที่นั่งรอให้สบายขึ้น จัดมุมผ่อนคลายระหว่างรอรับบริการ เช่น เอกสารความรู้สุขภาพจิตเพื่อเพิ่มพลังใจ มีน้ำดื่มสมุนไพรบริการฟรี ให้ข้อมูลบริการของโรงพยาบาลทางระบบสัมผัสอัตโนมัติ 4 จุด มีระบบไวไฟฟรี ส่วนหอผู้ป่วยในได้เปลี่ยนชุดผู้ป่วยให้เป็นสีเดียวกับเจ้าหน้าที่ เช่น สีเขียวอ่อน สีชมพู สีฟ้า ฯลฯ เพื่อสร้างความรู้สึกให้กลมกลืนกัน ให้ผลดีต่อสุขภาพจิต

“ขณะเดียวกัน การส่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการก็จะแจ้งผลตรวจออนไลน์ไปยังคุณหมอ ทำให้ไม่ต้องรอนาน อีกทั้ง ยังนำเทคโนโลยีการจัดยา และการเก็บยาด้วยระบบหุ่นยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มยาทางจิตเวช จะเป็นกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำมาก ระบบตรงนี้ก็จะช่วยได้ รวมทั้งมีการปรับระบบส่งต่อผู้ป่วยให้รวดเร็วขึ้น จากเดิมจะล่าช้า เพราะติดขัดเอกสารต่างๆ แต่ปัจจุบันใช้ระบบออนไลน์หมด ทำให้การส่งต่อเร็วขึ้น ซึ่งลดเวลาลงไปถึง 50% ทีเดียว ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุค 4.0 มาเพิ่มคุณภาพบริการรวดเร็วขึ้น ประชาชนที่มีปัญหาทุกคนสามารถเดินเข้าไปใช้บริการได้อย่างสง่าผ่าเผย ซึ่งการพัฒนาที่ รพ.ศรีธัญญา ซึ่งเป็น รพ.จิตเวชที่ใหญ่ที่สุด นับว่าก้าวหน้ามาก ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการบริการของ รพ.จิตเวชยุคใหม่ เป็นต้นแบบระดับประเทศ” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ด้าน ภญ.รมณา ณิชรัตน์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้างานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก รพ.ศรีธัญญา กล่าวถึงระบบหุ่นยนต์จัดยา ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อนำมาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยนอกอีก 1 เดือนข้างหน้า โดยระบบหุ่นยนต์ดังกล่าวมี 3 แบบ แบ่งเป็น แบบแรกคือ ตู้ยาระบบควบคุมพิเศษ ซึ่งจะเป็นระบบล็อกที่ใส่โปรแกรมไว้สำหรับจัดเก็บยาควบคุมพิเศษในยากลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยเมื่อแพทย์สั่ง ก็จะมีเภสัชกรคีย์ข้อมูลยา ซึ่งตู้ยาที่เก็บยาชนิดนั้นก็จะเปิดออก โดยระบบนี้จะป้องกันการหยิบยาผิดพลาดและยังเป็นการจัดเก็บยาที่ต้องการความปลอดภัยสูง
แบบที่ 2 เรียกว่า ตู้ยาระบบ LED คือเป็นระบบที่เภสัชกรนำยามาใส่ไว้ก่อน และเมื่อแพทย์สั่งยา คนไข้ก็จะคีย์ข้อมูลลง เป็นยาตัวไหนก็จะมีแสงไฟขึ้นอัตโนมัติเพื่อให้หยิบยาได้ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นยาจิตเวชทั่วไป ส่วนแบบที่ 3 เป็นหุ่นยนต์จัดยา คือจะมีการคีย์ข้อมูลยา จากนั้นหุ่นยนต์จะทำหน้าที่จัดยาและบรรจุพร้อมติดฉลากเสร็จสรรพ เป็นต้น
ขณะที่ นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.ศรีธัญญา กล่าวถึงระบบจ่ายยาในโรงพยาบาลว่า ขณะนี้ได้นำระบบจ่ายยาที่ใช้ในโรงพยาบาลทั้งหมด 705 รายการ ด้วยหุ่นยนต์ ป้องกันความผิดพลาดได้ 100% เริ่มใช้ที่หอผู้ป่วยในที่มีวันละ 750 คน ทั้งหมด 23 ตึก ใช้เวลาจ่ายเพียง 3 ชั่วโมง ลดจากเดิมที่ใช้คนจัดยาถึง 23 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการที่แผนกผู้ป่วยนอก คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ปลายเดือนหน้า ผู้ป่วยจะได้รับยากลับบ้านภายใน 5 นาที
ส่วนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยในปีนี้ได้เพิ่มเรื่องการทำยาดมสมุนไพร 9 กลิ่น บรรเทาอาการวิงเวียน คลายเครียด สดชื่นขึ้น ได้แก่ ใบเตย ดอกบัว กุหลาบ จำปี มะลิ มะกรูด ส้ม รวมทั้งกลิ่นนม วานิลลา ผู้ป่วยที่ทำจะมีสมาธิขึ้น ผ่อนคลายขึ้น และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ นอกจากนี้ ยังได้ผลิตน้ำดื่มตราศรีธัญญา นำรายได้ครึ่งหนึ่งเข้ามูลนิธิ รพ.ศรีธัญญา เพื่อนำไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 150 คน ให้พึ่งตนเองได้
สิ่งสำคัญของ รพ.ศรีธัญญาที่น่าชื่นชมคือ เมื่อรักษาผู้ป่วยแล้ว หากเขาต้องการฝึกอาชีพก็มีส่วนฝึกอาชีพให้ด้วย เรียกว่าดูแลครบวงจรจริงๆ

