จากกรณีที่ศาลแขวงพระนครใต้ ถนนเจริญกรุง 72 มีคำพิพากษาเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จำคุก 2 เดือน 15 วัน โดยไม่รอลงอาญา นายสิทธิพร สวยงาม อายุ 42 ปี ชาวปทุมธานี คนขับรถยนต์คัมรี่สีดำ ซึ่งขับปาดหน้ารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ของหญิงอายุ 64 ปี และนำมีดออกมาข่มขู่ ซึ่ง “นายสิทธิพร” ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากรอฟังผลการยื่นประกันตัวชั้นอุทธรณ์นั้น
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายสิทธิพร สวยงาม จำเลย ที่ยื่นมาตั้งแต่วันเสาร์ ที่ผ่านมาแล้ว ก็ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสิทธิพร จำเลยแล้ว โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท ซึ่งภายหลังทราบคำสั่งแล้ว ญาติของนายสิทธิพรก็ได้นำหลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท ยื่นเป็นหลักประกันต่อศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงได้ยื่นฟ้องด้วยวาจานายสิทธิพร คนขับรถยนต์คัมรี่สีดำ เป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครใต้ ถนนเจริญกรุง 72 เมื่อเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ข่มขู่, พกพาอาวุธมีดยาว 1 เมตร ไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุอันควร หรือทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 371, 392, ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522
ภายหลังนายสิทธิพรได้เข้ามอบตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา และเจ้าตัวให้การรับสารภาพ
ซึ่งอัยการ ระบุพฤติการณ์ในคำฟ้องว่า เมื่อเวลากลางวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายสิทธิพรจำเลยใช้มีดความยาวรวมด้ามประมาณ 1 เมตร ตวัดไปโดนประตูรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ของผู้เสียหาย 1-2 ครั้ง ทำให้ขอบกระจกโครเมียม และกระจกเสียหายประมาณ 20,000 บาท ซึ่งการที่จำเลยพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะนั้น เป็นความผิดและยังถือมีดเดินเข้าหาผู้เสียหายที่กำลังนั่งอยู่ในรถฝั่งคนขับ โดยจำเลยพยายามจะเปิดประตูรถ ยืนพูดโวยวายข่มขู่ และจำเลยยังได้ขับรถยนต์ทั้งที่ใบขับขี่หมดอายุ โดยขณะเกิดเหตุยังขับรถแซงหน้ากระชั้นชิดและจอดรถกีดขวางทางในลักษณะไม่ปลอดภัย
โดยชั้นยื่นฟ้อง จำเลยก็ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้เรียงกระทงลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 4 เดือน, ฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยขู่เข็ญ จำคุก 1 เดือน, ฐานขับรถโดยใบอนุญาตหมดอายุ ให้ปรับ 1,000 บาท, ฐานขับรถไม่เข้าทางซ้าย ปรับ 500 บาท และฐานขับรถกีดขวางทางในลักษณะไม่ปลอดภัย ปรับอีก 500 บาท รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 5 เดือน และปรับ 2,000 บาท
จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงให้จำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 เดือน 15 วัน และปรับ 1,000 บาท และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยแล้ว ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และการใช้อาวุธมีดดาบเป็นกรณีร้ายแรง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป จึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ
โดยเมื่อศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ครั้งแรก “นายสิทธิพร” จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงิน จำนวน 53,500 บาท ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลแขวงพระนครใต้ มีคำสั่งให้ส่งคำร้องขอประกันตัวของจำเลยให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา

