รวบ 34 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-พนันออนไลน์-ปั่นหุ้น ยึดกว่า 50 ล้าน

23.07.18 | 13:48 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงผลปฏิบัติการร่วมไทย-จีน บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และแก๊งพนันออนไลน์ ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ 4 จังหวัด ทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี และภูเก็ต รวม 14 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 34 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 19 ราย เป็นชาวจีน 17 ราย พม่า 1 ราย ชาววานูอาตู 1 ราย และผู้ต้องแก๊งพนันออนไลน์จับกุมได้ 15 ราย เป็นชาวจีน 9 ราย เมียนมา 3 ราย และที่ราบสูงอีก 3 ราย สามารถตรวจยึดทรัพย์สินทั้งรถยนต์หรู โฉนดที่ดิน และเงินสด รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ตั้งฐานอยู่ในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ มีความเจริญ และมีเทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายสะดวกต่อการติดต่อสื่อสาร โดยพฤติการณ์ของแก๊งนี้ได้ทำการตั้งตัวเป็นบริษัทการเงิน ปล่อยเงินกู้ โดยโฆษณาผ่านทางวีแชท ทำให้คนจีนทั่วไปทราบใครหลงเชื่อจะติดต่อขอเงินกู้ ซึ่งต้องมีวงเงินเครดิตก่อน และดำเนินการต่างๆผ่านระบบวีแชท โดยจะหลอกให้โอนเงินเข้ามาแล้วคนร้ายก็จะถอนเงินและปิดวีแชทแล้วหนีไป นอกจากนี้ยังพบผู้เสียหายชาวจีนที่ถูกแก๊งดังกล่าวหลอกจนตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตาย เนื่องจากถูกหลอกเงินซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายคิดเป็นเงินไทยจำนวนกว่า 2.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยแล้วปั่นหุ้นในตลาดหุ้นจีน เจ้าหน้าที่จึงทำการค้นบริเวณห้างฟอร์จูน ย่านรัชดา จากการสืบสวนพบว่าแก๊งคนร้ายดังกล่าวได้ตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2558 หลังจากนี้จะประสานกับตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ นายเฉิน จุน ผู้ช่วยทูตตำรวจจีน ได้กล่าวขอบคุณ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ และทางคณะตำรวจประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือและการวางแผนการปฏิบัติงานได้อย่างดีตลอดมา หากประเทศไทยต้องการความช่วยเหลือทางประเทศจีนก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เช่นกัน

Advertisement