เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ สน.หัวหมาก พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ บริเวณคลองแสนแสบ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.อ.พัฒนา กิจไกรลาศ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล นต.รพ.ตำรวจ พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากการตรวจสอบของแพทย์นิติเวชเบื้องต้นสภาพศพที่พบมีบาดแผลเกิดจากคล้ายของมีคมแต่คมไม่มากลักษณะทื่อถูกกระทบที่ผิวหนังด้วยความแรง ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตว่าผู้ตายเสียชีวิตในน้ำหรือก่อนอยู่ในน้ำต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากห้องแล็บซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน นอกจากนี้ ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้งหมดจะต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับญาติของผู้เสียชีวิตก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่กับลายพิมพ์นิ้วมือที่ตรวจพบ เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดลงลึกไปว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ เพราะต้องรองผลนิติเวชเรื่องการตรวจสอบน้ำในปอดว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตขณะอยู่บนน้ำหรืออยู่ในน้ำ
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า คดีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ต้องรอความชัดเจนจากสถาบันนิติเวช 2 ประเด็น คือ มีน้ำเข้าไปในปอดของผู้ตายหรือไม่และมีคนทำให้พลัดตกลงไปในคลองหรือไม่ แต่มีความชัดเจนในประเด็นชิ้นส่วนศพไม่ได้เกิดจากการถูกหั่นหรือชำแหละ แต่เกิดจากการถูกของมีคมแต่ไม่คมมากนักและผิวไม่เรียบกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งอาจจะเกิดจากใบพัดของเรือที่วิ่งอยู่ในคลองแสนแสบที่มีมากกว่า 200 เที่ยวต่อวัน ส่วนกรณีเศษผ้าที่ยัดอยู่ในกะโหลกเกิดจากการอัดกระแทกอย่างแรง โดยเศษผ้าเข้าไปพร้อมกับวัตถุตามแรงกระทบ คาดว่าศพที่พบน่าจะเสียชีวิตในช่วงเย็นหรือกลางดึกในวันที่ 19 กรกฎาคม
ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนจรจัดไม่มีทรัพย์สินติดตัว จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะเป็นการทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผู้ตายไปทะเลาะวิวาท,ถูกทำร้าย, ถูกผลักให้ตกน้ำ หรือเกิดจากโรคประจำตัวจนพลัดตกน้ำเอง ก่อนจะเสียชีวิต ตามข่าวที่เห็น หรือเสียชีวิตเพราะถูกใบพัดเรือตัด ซึ่งขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายวินัย ใจแสน อายุ 49 ปี ที่อยู่ 144 หมู่ 6 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จากการตรวจสอบประวัติเคยกระทำความผิดในข้อหาบุกรุกในเวลากลางคืน ในพื้นที่ สน.หัวหมาก ปี 2542 และข้อหาขับรถขณะเมาสุรา พื้นที่ สน.ลาดพร้าว ปี 2550 โดยนายวินัยพักอาศัยอยู่ภายในตลาดกลางแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ชอบดื่มสุรา เคยประกอบอาชีพวินจักรยานยนต์รับจ้างที่ตลาดแฮปปี้แลนด์ ปัจจุบันไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก ซึ่งเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 13.23 น. นายวินัยเป็นลมชักหมดสติกลางตลาดแฮปปี้แลนด์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจได้ทำการปฐมพยาบาล ก่อนจะพบเป็นศพดังกล่าว

