หน้าแรก ในประเทศ เจ้าคณะจว.พิจ...

เจ้าคณะจว.พิจิตรเล็งฟ้อง ผู้กล่าวหาพระผู้ใหญ่รีดเงิน กำลัง 3 ฝ่ายบุกตรวจตู้บริจาค ‘วัดบางคลาน’

23.07.18 | 17:10 น.

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ จ.พิจิตร จากกรณีชาวบ้านตำบลบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร กว่า 200 คน เดินทางมารวมตัวกันขัดขวางไม่ให้นายประพันธ์ ตันวัฒา ผู้ตรวจสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ นายวิศิษฏ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอโพทะเล และ พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เข้าตรวจทรัพย์บัญชีทรัพย์สินของวัดและวัตถุมงคล ตามคำสั่งศาลพิจิตร นอกจากนี้ ยังออกมากล่าวหาว่าพระผู้ใหญ่มีพฤตจิกรรมเรียกรับเงิน กระทั่งมีร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ จันโอชา นายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบล่าสุุด พระราชสิทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า กรณีนายประพันธ์ ตันวัฒา ผู้ตรวจ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ นายวิศิษฏ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอโพทะเล พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลาน พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน วัดหิรัญญาราม (วัดบางคลานหลวงพ่อเงิน เกจิชื่อดังจังหวัดพิจิตร) หลังกระบวนการของศาลจังหวัดพิจิตรทั้ง 3 ศาล ให้อดีตเจ้าอาวาสวัด ส่งคืนทรัพย์สินวัด ให้รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งผู้มารวมตัวกันขัดขวางคงไม่รู้กระบวนการของศาล ที่มีเรื่องฟ้องร้องเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งแพ่ง อาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง และทุกเรื่อง เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นวัดเดียวในจังหวัดพิจิตรที่มีปัญหามากที่สุด“การออกมาใส่ร้ายกล่าวหาพระผู้ใหญ่ คือกล่าวหาผมไปเรียกเงิน ผมบอกไปแล้วว่า การที่เราขอยืมเงินไปสร้างอุโบสถ์ วัดถ้ำชาละวัน วัดบางคลานไม่ให้ ก็จบแล้ว ไม่เกี่ยวกับการสั่งปลดใคร อย่านำมาเป็นประเด็นหาว่าผมสั่งปลดเจ้าอาวาส จริงๆ แล้วการสั่งปลดพระครูวิสิฐ สีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลานนั้น เพราะถูกร้องเรียนหลายเรื่องหลายประเด็น กระทั่ง พระเถระสมาคมตั้งกรรมการสอบและสั่งปลดออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาปลดกันได้ ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานคนที่ชูเอกสารเพื่อดำเนินคดี”

พระราชสิทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร กล่าวอีกว่า ยอมรับว่า วัดบางคลาน หลวงพ่อเงิน มีผลประโยชน์มาก ดังนั้น จะไปปรึกษาหลายฝ่าย เพื่อขอยกวัดบางคลาน เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินเกจิชื่ดังของชาวพิจิตรให้อยู่ในความดูแลภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ในรัฐกาลที่ 10 เพราะต่อไปใครจะขอสร้างหลวงพ่อเงิน หรือทำอะไร จะโดยตรงที่พระบรมราชูปถัมภ์ในรัฐกาลที่ 10 เพราะทุกวันนี้ ใครจะสร้างหลวงพ่อเงิน ไม่มีการขออนุญาต มีแต่แสวงหาผลประโยชน์  วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และปกครอง นำหมายศาลเข้าไปยังวิหารหลวงพ่อเงิน เพื่อตัดกุญแจ 3 จุด ท่ามกลางมวลชนกลุ่มที่สนับสนุนอดีตเจ้าอาวาส กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในวัด เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่บริเวณลานบันไดหน้าวิหาร มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ฝ่าวงล้อมเข้าไปได้ และสามารถตรวจเช็กตู้บริจาคภายในวิหารหลวงพ่อเงินได้สำเร็จ พบตู้บริจาคทั้งหมด 19 ตู้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมนักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนพิจิตร 100 คน มาร่วมนับเงินบริจาค คาดว่าเงินทั้งหมดเกือบล้านบาท ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกไปยังบริเวณศาลาการเปรียญอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นสถานที่เก็บวัตถุมงคลจำนวนมาก คาดว่ามีมูลค่ามหาศาลกว่าสิบล้านบาท แต่ยังมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสมายืนคุมเชิงบริเวณศาลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงลดการเผชิญหน้า โดยชะลอระยะเวลาออกไปก่อน ส่วนอดีตเจ้าอาวาสยังเก็บตัวอยู่ในกุฏิ

ด้านพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งมา 4 ปี ไม่สามารถเข้ามาจัดระเบียบบริหารวัด หรือ ตรวจสอบบัญชี วัตถุมงคล ภายในวัดได้เลย เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนของอดีตเจ้าอาวาสมาขัดขวางตลอดเวลา จึงนำมาด้วยคำสั่งศาลในวันนี้ เพื่อตรวจนับเงินบริจาค ตรวจสมุดบัญชีธนาคารอื่นๆ