เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. เกี่ยวกับโครงการนันทนาการในอุทยานสวนจตุจักร ซึ่งเป็นการรวมสวนจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ว่า เนื่องจากการรวมทั้ง 3 สวนใช้ถนนกำแพงเพชร 3 เพื่อก่อสร้างทางข้ามยกระดับเป็นทางเชื่อมสวน ขณะนี้ กทม.ได้เสนอไปยังคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ขอปิดถนนกำแพงเพชร 3 ถาวร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้เข้ามาใช้บริการภายในสวน ซึ่งจะกำหนดวันหารือกับ คจร.รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สวนรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) อีกครั้ง
“เบื้องต้น คาดว่าปิดถนนถาวรจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะมีทางเส้นทางอื่นที่สามารถใช้สัญจรได้ อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ และให้ กทม.ทำประชาพิจารณ์ก่อนปิดถนนกำแพงเพชร 3 กทม.ยินดีรับฟังและพร้อมทำประชาพิจารณ์” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า การรวมอุทยานจตุจักรปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ แต่เหลือเนื้องานปรับปรุงอีกไม่มาก ส่วนกิจกรรมนันทนาการจะจัดให้มีปั่นจักรยาน อีกทั้งมีแนวคิดทดลองเลี้ยงหงส์ในบ่อน้ำภายในสวน พร้อมปลูกดอกไม้สวยงาม ทั้งนี้ หาก กทม.รวมสวนแล้วเสร็จ คาดจะมีประชาชนใช้บริการในวันหยุดถึง 20,000 คน ส่วนวันธรรมดาคาด 5,000-6,000 คน และหลังจากนี้เตรียมเชื่อมสวนอุทยานจตุจักรกับสวนสมเด็จย่าฯ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วย
พล.ต.อ.อัศวินแถลงอีกว่า ส่วนพื้นที่ตลาดนัดเจเจกรีน กทม.จะไม่ต่อสัญญาเช่า ขณะที่มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่แจ้งว่าจะไม่ให้สิทธิผู้ใดเช่าพื้นที่อีก ปัจจุบันมูลนิธิอยู่ระหว่างหาแนวทางที่ชัดเจนปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว
“ปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างฟ้องร้องตลาดนัดเจเจกรีน แบ่งเป็น 1.กรณีไม่จ่ายค่าพื้นที่ให้ กทม.ซึ่งสัญญาเช่าจะครบกำหนดเดือนสิงหาคมนี้ แต่เจเจกรีนไม่เคยจ่ายค่าเช่าให้ กทม.เป็นเงิน 16 ล้านบาท อ้างว่าค่าเช่าแพงเกินไป และ 2.ฟ้องภาษีอากรเพราะผู้ค้าไม่จ่ายภาษี โดยจะให้กรมสรรพสามิตเรียกเก็บภาษีย้อนหลังผู้ค้าทั้งหมด” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

