2เดือนเต็ม ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล เข้ามาตำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับภารกิจเร่งด่วนจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในฐานะพ่อเมือง ให้เร่งรัดเดินหน้างานจัดระเบียบทางเท้า ทั้งจอด-ขับขี่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยตั้งแผงสะเปะสะปะ เพราะไม่ว่ารองผู้ว่าฯกทม.คนไหน เข้ามาคุมงานเทศกิจก็ยังเหลว แม้จะกระตุ้นโดยการออกประกาศ กทม.แบ่งค่าปรับให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 ให้แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดได้ นอกเหนือจากการขับขี่บนทางเท้าก็ตาม
ทว่า…ความจริงจังในการกวดขันยังทำได้เพียงชั่วขณะ
นายสกลธี เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อัศวินมอบนโยบายจัดระเบียบทางเท้าเป็นนโยบายเร่งด่วน นอกเหนือการขับขี่บนทางเท้าแล้ว วันที่ 16 กรกฎาคมได้จัดประชุมร่วมกับ นายวัลลภ สุวรรณดี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ มีเพียร ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. สำนักงานเขตพระนคร สำนักเทศกิจ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร
(กอ.รมน.กทม.) เพื่อหารือถึงแนวทางจัดระเบียบย่านถนนข้าวสาร คืนทางเท้าให้ประชาชน หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่า ถนนข้าวสาร ถนนรามบุตรี ถนนสิบสามห้าง ถนนตะนาว และตรอกซอยที่เชื่อมต่อกับถนนข้าวสาร ถูกผู้ค้ายึดพื้นที่ทางเท้าทั้งกลางวันและกลางคืน กทม.มีความเข้าใจว่าย่านถนนข้าวสารเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แม้เป็นจุดที่เป็นหน้าเป็นตาของกรุงเทพมหานคร แต่ความเรียบร้อยจำเป็นต้องมี ทำให้ต้องนำทีมคณะผู้บริหาร กทม.ลงพื้นที่สำรวจตามข้อร้องเรียนเมื่อราว 2-3 สัปดาห์ก่อน
“ปรากฏว่าพื้นที่ทางเท้าใช้สัญจรถูกยึดเกือบทั้งหมด 100% ถูกยึดโดยแผงค้า ร้านเก้าอี้นวด โต๊ะนั่งสำหรับร้านอาหารและร้านเหล้า ทำให้ไม่เหลือทางเท้าไว้สัญจร สำหรับช่วงเวลากลางวันถนนยังโล่ง แต่หลังพระอาทิตย์ตกพบทางเท้าถูกยึดเต็มพื้นที่ ส่วนประชาชนต้องสัญจรบนพื้นผิวจราจรอย่างแน่นเอี้ยด กทม.มองว่าหากมีอุบัติภัยหรือเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นย่านดังกล่าว แน่นอนว่าความสูญเสียต้องเกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องหาแนวทางป้องกันไว้ก่อน และต้องยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกปล่อยปละละเลยมานาน” รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว
นายสกลธี ยังกล่าวถึงผลสรุปในที่ประชุมว่า 1.มอบให้สำนักงานเขตพระนครจัดประชุมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการย่านถนนข้าวสารทั้งหมด ซึ่งเดิมเขตพระนครมีแผนจัดระเบียบย่านถนนข้าวสารเมื่อปีที่แล้ว แต่ติดอุปสรรค เพราะ กทม.จะต้องดำเนินภารกิจพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นงานหลัก จึงชะลอแผนออกไปก่อนรื้อแผน
กลับมาใช้อีกครั้ง 2.หลังทำความเข้าใจแล้ว วันที่ 1 สิงหาคมนี้ กทม.จะห้ามผู้ค้าขายของรุกล้ำผิวทางเท้าตามแนวถนนข้าวสารและถนนละแวกนั้นทั้งหมด ได้แก่ ถนนรามบุตรี ถนนสิบสามห้าง
ถนนตะนาวและตรอกซอย ซึ่งบริเวณจุดผ่อนผันจะเข้าไปจัดระเบียบให้เรียบร้อย และเปิดให้ค้าขายอยู่โดยไม่ยกเลิก อาทิ ให้แผงค้าขยับขึ้นไปตามแนวที่ตกลงกันไว้ ไม่ให้รุกล้ำทางเท้าและผิวจราจร
นายสกลธี กล่าวว่า 3.ผู้ค้าที่ค้าขายอยู่บนทางเท้าบริเวณถนนข้าวสาร ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของเดียวกับเจ้าของอาคารหรือห้องแถว แต่ขยายพื้นที่ออกมากินผิวทางเท้า ถือเป็นการเอาเปรียบสังคม
ส่วนผู้ค้าอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของอาคารจะจัดระเบียบให้มีสภาพเรียบร้อย โดยให้เขตพระนครขีดสีตีเส้นแบ่งล็อกใหม่ ซึ่งยึดตามล็อกเดิมของผู้ค้าให้เป็นระเบียบ ล็อกละเท่าๆ กัน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น และคงอัตลักษณ์เดิมไว้ 4.จัดทำเส้นทางสำหรับรถฉุกเฉิน (Emergency Lane) เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน เพราะที่ผ่านมา ถนนข้าวสารไม่มีเส้นทางดังกล่าวไว้รองรับเหตุ 5.ตั้งจุดตรวจ 3 ประสานระหว่างเจ้าหน้าที่เทศกิจ ตำรวจ และทหาร เฝ้าระวัง ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว 6.ให้เขตพระนครประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนเต็นท์หรือร่มผู้ค้า อาทิ ธนาคาร ห้างร้าน เพื่อจัดเปลี่ยนเต็นท์ใหม่ให้สวยงามทดแทนเต็นท์เก่าสกปรก และ 7.ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร การต่อเติม ดัดแปลงอาคารที่ผิดระเบียบ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ย่านข้าวสารมีสถานบริการจำนวนมาก จึงจะนำเจ้าหน้าที่สำนักการโยธาร่วมตรวจสอบด้วย ถือเป็นโอกาสในการจัดระเบียบย่านถนนข้าวสารครั้งใหญ่
“ส่วนผู้ค้าที่ตั้งแผงค้ารุกล้ำทางเท้านั้น มีจำนวนมากหรือไม่ ต้องบอกว่าทุกร้านค้าฝ่าฝืนเกือบทั้งหมด และทุกกรณี ประชาชนที่มีบ้านเรือนและอาศัยย่านดังกล่าวบางส่วน ร้องเรียนมายัง กทม.ว่าไม่สามารถนำรถออกจากบ้านหรืออาคารได้” นายสกลธีระบุ
แต่เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งที่ กทม.จัดระเบียบถนนข้าวสารไม่สำเร็จ เพราะผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือมากนัก จริงเท็จอย่างไร
นายสกลธี กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผู้ค้าย่านข้าวสารจะแตกต่างกับกลุ่มผู้ค้าอื่น อย่างไรก็ดี กทม.ไม่อยากปล่อยให้ผู้ค้าค้าขายสินค้าตามอำเภอใจแบบเดิมอีก เพราะหากเกิดเหตุขึ้น กทม.ซึ่งเป็นผู้ถืออำนาจตามกฎหมาย หากเกิดขึ้นแล้วมาล้อมคอกทีหลัง
“ยกตัวอย่างกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต คงไม่ใช่แนวทางที่ดีนัก หากจะสามารถป้องกันได้ก่อนเหตุเกิด เป็นสิ่งที่ควรจะทำมากกว่า โดยผู้ค้าจะต้องเข้าใจ กทม. นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ที่อยากมาเดินเล่นหรือท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว” นายสกลธีกล่าวทิ้งท้าย
จับตาดีเดย์จัดระเบียบย่านข้าวสาร 1 สิงหาคมนี้!

