จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา คู่กรณี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ที่ฟ้องเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ต่อมา ครูปรีชา ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1863/61 ข้อหา ยักยอกทรัพย์ รับของโจร ศาลได้มีการนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 โดยในวันดังกล่าว ครูปรีชา เป็นผู้ถูกไต่สวนรายแรก แต่ไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดไต่สวนอีกครั้งในวันนี้ 29 มิ.ย.61 แต่ปรากฏว่าในวันดังกล่าว ครูปรีชา ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลตามนัด ศาลจึงนัดสืบพยานครั้งต่อไปอีก 3 นัด คือวันที่ 23 ก.ค.วันที่ 20 ส.ค.และวันที่ 24 ก.ย.61 ซึ่งในวันนี้นอกจาก ศาลจังหวัดกาญจนบุรี จะนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีอาญาหมายเลขดำที่ 1863/61 ที่ บัลลังก์ 7 แล้ว ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ยังนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีเลขดำที่ 2414/61 ที่ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ เป็นจำเลยที่ 1 และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เป็นจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฟ้องเท็จ
เวลา 08.30 น.วันที่ 23 ก.ค. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ฝ่ายจำเลยในคดียักยอกทรัพย์ รับของโจร และคดีร่วมกันฟ้องเท็จ เดินทางมาถึงศาลจังหวัดกาญจนบุรี ตามที่ศาลได้นัดไว้
ต่อมา นายปรีชา ใคร่ครวญ พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัว ก็เดินทางมาศาลในเวลาไล่เลี่ยกัน นอกจากนี้ยังมี นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความ พร้อมด้วย นางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเบิกความเป็นพยานฝ่าย ครูปรีชา ซึ่งทั้งหมดมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มไม่มีทีท่าหรือสีหน้าวิตกกังวลให้เห็นแต่อย่างใด โดยมี นางปณัญชยา สุขพูล หรือเจ๊เกียว พร้อมด้วยผู้ค้าสลากฯ จำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมให้กำลังใจด้วย
ต่อมาเวลา 16.45 น. หลังจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้พิจารณาคดีดังกล่าว ครูปรีชา ได้เดินลงจากศาลเป็นคนแรกโดยไม่มีสีหน้าวิตกกังวลให้เห็นแต่อย่างใด แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อเหมือนเช่นเคย และระบุว่าให้ นายวรยุทธ เป็นผู้ให้สัมภาษณ์แทน แต่ได้พูดคุยเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกสบายใจที่ได้นำข้อเท็จจริงขึ้นสู่ศาล ซึ่งในส่วนของตัวเองยังคงไต่สวนไม่แล้วเสร็จ ส่วนเจ๊พัช และ เจ๊บ้าบิ่น รวมทั้งพยานคนอื่นๆ คงเป็นนัดต่อๆ ไป และกล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ หรือของขวัญใดๆ จากทนายษิทรา จากนั้นก็ขอตัวไปทำธุระ
จากนั้น ทนายษิทรา พร้อม หมวดจรูญ ได้เดินออกมาและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ยังซักค้าน ครูปรีชา ไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตนได้ยื่นเอกสารประกอบการถามค้านไปทั้งสิ้น 99 ฉบับ ซึ่งในช่วงเช้า ครูปรีชา ได้รับวัตถุพยานซึ่งเป็นคลิปเสียงที่ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ได้ดึงมาจากข้อมูลการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ครูปรีชา กับคู่สนทนา จำนวนกว่า 4,500 เข้าไปอยู่ในสำนวนคดีอาญาแล้ว ซึ่งตนได้คัดเลือกคลิปที่สำคัญเอาไว้กว่า 100 คลิป โดยขอให้ศาลได้เปิดฟัง แต่ ครูปรีชา และทนายความ ได้คัดค้าน อีกทั้ง ครูปรีชา กลับปฏิเสธไม่รับรองคลิปเสียงดังกล่าว ศาลจึงวินิจฉัยว่า ในเมื่อ ครูปรีชา ไม่รับรองคลิปเสียงดังกล่าวว่าเป็นของตัวเอง ศาลจึงไม่อนุญาตให้เปิดคลิป ซึ่งเราก็ได้ทำการถอดคลิปเสียงดังกล่าวออกมาแล้วก็นำมาถามค้าน ครูปรีชา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะรับฟังพยานหลักฐานแค่ไหน และเชื่อว่าเป็นเสียงของ ครูปรีชา หรือไม่
จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ปรากฏว่า มีเอกสารของ ครูปรีชา จำนวน 3 ฉบับ ที่ ครูปรีชา ยื่นเข้ามาเอง แต่ไม่ตรงกัน ซึ่งตนคาดว่าเป็นพยานหลักฐานเท็จ ดังนั้นก็จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ครูปรีชา และ ทนายวรยุทธ ในข้อหา นำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการสนทนาในแชทไลน์ ระหว่าง ครูปรีชา กับ แม่ค้าลอตเตอรี่ โดยทั้ง 3 ฉบับ ไม่เหมือนกันเลย และหากเป็นหลักฐานจริงก็จะต้องมีเพียง 1 ฉบับเท่านั้น ส่วนอีก 2 ฉบับก็จะเป็นของปลอม ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป อย่างไรก็ตามการซักค้านในวันนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้สืบถึงเรื่องที่ ครูปรีชา ไปออกรายการต่างๆ โดย ครูปรีชา ระบุว่า คลิปรายการมีการตัดต่อทุกรายการ จึงไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะเชื่อตามที่ ครูปรีชา กล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนคดีที่ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ เป็นจำเลยที่1 และ ตน เป็นจำเลยที่2 ในข้อหา ร่วมกันฟ้องเท็จ นั้นศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีออกไปชั่วคราวเพื่อรอฟังผลในคดีอาญา โดยศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งต่อไปคือ วันที่ 20 ส.ค.61
ขณะที่ หมวดจรูญ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ดีใจที่ศาลจะพิจารณานัดไต่สวนมูลฟ้องให้เร็วขึ้น จากเดิมที่นัดเดือนละ 1 ครั้ง

ด้าน ทนายวรยุทธ เปิดเผยสั้นๆ ว่า ในส่วนของ ครูปรีชา ยังซักค้านไม่แล้วเสร็จ จึงต้องไต่สวนมูลฟ้องต่อนัดหน้า ส่วนกรณีที่ ทนายษิทรา จะเข้าแจ้งความเรื่องเอกสารหลักฐาน ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในสำนวน ตนไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ซึ่งศาลได้วางข้อกำหนดไว้แล้ว ส่วนคลิปเสียง ทาง ครูปรีชา ได้ปฏิเสธ ศาลจึงไม่อนุญาตให้ทำการเปิด ขณะที่ ทนายษิทรา ก็ซักค้านเต็มที่ ส่วน ครูปรีชา ก็ตอบทุกคำถามที่ ทนายษิทรา ถามมา ซึ่ง ครูปรีชา ไม่ได้หนักใจแต่อย่างใด โดยรอฟังผล ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน และยังเหลืออีก 2 นัดด้วยกัน คือ วันที่ 20 ส.ค.61 และ วันที่ 24 ก.ย.61 ซึ่งเป็นการนำสืบพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าพยานหลักฐานที่นำมาสืบแสดงนั้น จะสามารถให้ศาลฟังได้หรือไม่ว่าทาง หมวดจรูญ เป็นผู้ร้ายในคดีนี้ ส่วนการที่ ทนายษิทรา จะเข้าแจ้งความนั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้
จากนั้น ทนายษิทรา พร้อม หมวดจรูญ ได้นำเอกสารหลักฐานเป็นเอกสารเกี่ยวกับการสนทนาในแชทไลน์ ระหว่าง ครูปรีชา และแม่ค้าลอตเตอรี่ จำนวน 3 ฉบับ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูปรีชา และ ทนายวรยุทธ ในข้อหา นำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

