คุม”สาวหล่อ”ซ้อมหญิงชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ เหตุหึงหวง-เปลี่ยนรหัสไลน์ ฝากขังศาลพรุ่งนี้

24.07.18 | 13:16 น.

เมื่อเวลา 11.00​ น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.สมพงษ์​ ชิงดวง​ รอง​ ผบช.น.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน ร.ต.อ.หญิง ศรสิรัศฐิ์ นิยมรส รองสว.สอบสวน สน.พหลโยธินได้ร่วมกันตควบคุมตัวน.ส.กาญจนา สินประเสริฐ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1678/2561 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณหอพักเอสบีเพลส ซ.รัชดาภิเษก​ 36 แยก​ 3​ แขวงจันทรเกษม​ เขตจตุจักร​ กรุงเทพฯ ทั้งนี้จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 1 จุด 5 ขั้นตอนที่ปรากฎตามคลิปคือ1.ขณะผลักกัน 2.ขณะที่น.ส.กาญจนาใช้หมวกกันน็อคทำร้ายผู้เสียหาย 3.หลังผู้เสียหายล้มลงน.ส.กาญจนาได้ใช้เท้าเตะหลายครั้ง 4.ได้มีการกระชากผู้เสียหายช่วงระยะเวลาหนึ่งมีการชกต่อย และ5.จับศีรษะกระแทกพื้น ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าต้องพักรักษาตัว 2 เดือน


พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ สาเหตุจากการหึงหวงและการเปลี่ยนรหัสเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยอ้างว่าเกิดจากอาการมึนเมาสุรา นอกจากนี้ผลตรวจปัสสาวะน.ส.กาญจนาไม่พบสารเสพติด อย่างไรก็ตามในวันที่ 25 กรกฎาคม จะนำตัวน.ส.กาญจนา ไปฝากขังที่ศาลอาญา โดยทางพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากการดูแผนประทุษกรรมเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเพราะมีการข่มขู่ผู้เสียหาย หลังจากที่มีข่าวออกไปน.ส.กาญจนาก็ได้หลบหนีไปต่างจังหวัด จึงมีพฤติกรรมในการหลบหนี จึงเข้าเกณฑ์ในการคัดค้านการประกันตัว และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี หรือปรับ 200,000 บาท

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาในการหลบหนีสามารถเรียกตัวมาได้ทุกเมื่อแต่กลับถูกออกหมายจับจึงไม่สามารถมอบตัวได้ทางพล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า ตอนแรกศูนย์วิทยุของสน. จึงพหลโยธินรับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายทะเลาะวิวาท เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมากจึงส่งตัวผู้เสียหายไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน หลังจากนั้นน.ส.กาญจนาได้มาแต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่มีพยานหลักฐานเพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ทั้งนี้หลังจากผู้เสียหายมาติดต่อทางพนักงานสอบสวนจึงรีบดำเนินการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน ขอใบรับรองแพทย์จนนำไปสู่การออกหมายจับได้

ทั้งนี้กรณีของพยานแวดล้อมที่ไม่ได้เข้าให้การช่วยเหลือจะมีความผิดหรือไม่ ทางพล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า จากการซักถามพยานพยายามทำหน้าที่พลเมืองดี ในส่วนของรปภ.ได้พยายามห้ามและโทรแจ้งตำรวจ ส่วนน้องผู้หญิงได้ให้แฟนช่วยถ่ายคลิปและมาพูดคุยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนคนที่อยู่ข้างในจากการซักถามทราบว่าไม่มีคีย์การ์ดที่จะออกมา ซึ่งพิจารณาแล้วยังไม่เข้าข่ายตามมาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจ ช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วย

Advertisement