ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบสำนวนคดีว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ แต่ยังไม่มีการพิจารณาข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทั้งนี้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบสำนวนคดีว่าจะแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากเดิมหรือไม่ โดยให้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีกลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 ร่วมด้วย และจะประสานงานกับสำนักอัยการเจ้าของคดีเพื่อทำการยื่นอุทธรณ์
โดยคณะทำงานต้องไปตรวจสอบสำนวนคดีซึ่งมี 2 สำนวน ผู้ต้องหา 2 คน รายแรก คือนายณัฐพงษ์ เงินคีรี ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ซึ่งผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนอีกรายเป็นเยาวชน ซึ่งให้การรับสารภาพว่าชกต่อยผู้ตาย แต่ก็เหมือนเป็นการภาคเสธ เพราะพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทั้งนี้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีบางส่วนยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ สน.ดินแดง มีบางส่วนย้ายไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานต้องลงไปทำคดีใหม่ทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ต้องเสาะแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่ม เหมือนการรือฟื้นคดี คณะทำงานต้องไปแสวงหาทุกอย่างเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ในส่วนของเหตุการณ์ทราบว่าวันเกิดเหตุช่วงเย็นมีการชุลมุนชกต่อยกัน ก่อน ประมาณ 2 ทุ่มจึงมีการก่อเหตุ ซึ่งหน้าปากซอยมีกล้องวงจรปิด เห็นว่ามีการทำร้ายร่างกายกัน แต่ตอนผู้ตายเข้าไปในซอยและถูกทำร้ายจนเสียชีวิตกล้องไม่สามารถจับภาพได้ ส่วนประจักษ์พยานในครั้งนั้นซึ่งมีเพียงปากเดียว ตอนหลังมีอาการผิดปกติ อยู่ระหว่างรักษาตัว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ในสำนวนคดีพบอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ไม่ปรากฏในสำนวน ต่อข้อซักถามว่าพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนพบพยานหลักฐานที่เป็นดีเอ็นเอของผู้ตายบนตัวผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ตอนนี้ขอไม่ลงรายละเอียดตรงนั้น
พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อไปต้องรอคำพิพากษาจากศาล มาดูรายละเอียด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 วัน มาดู เพื่อประกอบการตรวจสอบสำนวนคดีที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป

