วันที่ 24 กรกฎาคม น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัต์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับเลี้ยงเสือกำพร้าเอาไว้ตัวหนึ่ง เป็นลูกเสือที่แม่เสือทิ้งเอาไว้ในป่า บริเวณคลองค้อ พื้นที่ห้วยขาแข้ง จึงตั้งชื่อลูกเสือตัวนี้ว่า คลองค้อ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็ได้เลี้ยงดูคลองค้อแบบเตรียมการสำหรับปล่อยคืนสู่ป่าตลอดมา โดยก่อนหน้านี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้แจ้งมามา พื้นที่ป่าสลักพระนั้น มีเสือโคร่งเพศเมีย 1 ตัว ตอนนี้อายุประมาณ 8 ปี ซึ่งตามธรรมชาติถือว่าเป็นช่วงสุดท้ายของวัยเจริญพันธุ์ จึงมีแนวคิดว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเอาคลองค้อไปผสมพันธุ์กับเสือตัวเมียดังกล่าวในพื้นที่ป่าสลักพระ
“ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เราได้ทำโครงการเรียกว่า บุบเพสันนิวาสขึ้นมา เพื่อเตรียมการนำเอาเจ้าคลองค้อไปพบกับเสือตัวเมียในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ โดยการปล่อยคลองค้อช่วงแรกจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยอารักษ์ขาดูแลอยู่ห่างๆก่อนว่ามันเข้ากับเสือตัวเมียได้หรือไม่ เสือตัวเมียยอมให้ผสมพันธุ์หรือไม่ และสุดท้ายเมื่อผสมพันธุ์สำเร็จแล้ว คลองค้อจะสามารถใช้ชีวิตในป่าธรรมชาติได้หรือไม่ จนกว่าทุกอย่างทำให้เรามั่นใจแล้วว่าคลองค้ออยู่ในป่าได้ เราก็จะปล่อยให้คลองค้ออยู่ในป่าตลอดไปตามธรรมชาติที่มันจากมา แต่หากมันมีปัญหา เจ้าหน้าที่จะจับตัวกลับทันที”น.ส.กาญจนา กล่าว
ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า ไม่ใช่ว่า คิดแล้วจะทำกันเลย หรือเอาคลองค้อไปปล่อยป่าเลย เพราะทำอย่างนั้นไม่ได้แน่นอน ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ และนอกจากนี้ ก่อนจะดำเนินการเรื่องนี้ทางเว็บเพจของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เปิดเวทีให้ประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงความเหมาะสมหรือไม่ที่จะปล่อยคลองค้อเข้าป่าเพื่อไปผสมพันธุ์กับเสือตัวเมียในป่าสลักพระ ซึ่งมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นพอสมควร ซึ่งก็มีนักวิชาการส่วนหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่า ความไม่ชินพื้นที่ของคลองค้ออาจจะทำให้คลองค้อเดินออกจากป่าไปหาคน และทำอันตรายคนได้ รวมทั้งมีความเห็นอื่นๆที่มีประโยชน์อีกมาก
“ยืนยันว่า ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า แค่ขอสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนว่า คิดอย่างไรและเห็นสมควรหรือไม่ที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าคิดแล้วจะทำเลย ซึ่งความคอดเห็นของประชาชนถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก และแม้ว่า คนจะเห็นด้วย เราก็ยังต้องเตรียมงานอีกมากหากจะมีการปล่อยคลองค้อจริงๆ”น.ส.กาญจนา กล่าว

