สภาทนายเเถลงช่วย”น้องบีม”เหยื่อทนายเเสบ สำเร็จ ตั้งทีมติดตามเงินบังคับคดี 5ล้านคืน

25.07.18 | 15:52 น.

เมื่อเวลา13.00น.วันที่ 25 กรกฎาคม ที่สภาทนายความ ว่าที่ร.ต. ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ โฆษกสภาทนายความ และกรรมการบริหารฯ อาทิ นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว ,นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส ,นายทัศไนย ไชยแขวง พร้อมด้วย นางพรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ45ปีกับด.ญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม อายุ15ปี อดีตพรีเซ็นเตอร์โฆษณาประกันชีวิตซึ่งพิการจากอุบัติเหตุรถชนจนทำให้พิการต้องนั่งวีลแชร์ตลอดเวลา เเละถูกทนายโกงเงินจำนวน 5 ล้านบาท ที่ทางบริษัทคู่กรณีชดเชยให้ช่วยเหลือมา มาแถลงข่าวในคดีที่ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศทนายความที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายไปแล้ว ทำการฉ้อโกงทั้งแพ่งทั้งอาญา


ว่าที่ พ.ต.สมบัติ โฆษกสภาทนายแถลงว่า ตามที่นางพรทิพย์ กับน้องบีม เป็นโจทก์ฟ้อง คนขับรถบรรทุก บริษัท น.นน อินเตอร์เฟด ผู้ประกอบกิจการขนส่งรถยนต์ และบริษัทประกันภัยล. เป็นจำเลยฐานละเมิด ซึ่งศาลจังหวัดไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ฝ่ายน้องบีมกับแม่ชนะคดี แต่นายพิสิษฐ์ ได้ใช้ใบมอบอำนาจ ที่อ้างว่านางพรทิพย์เซ็นให้ไว้ ไปสละการบังคับคดี ทั้งนี้เพราะนายพิสิษฐ์ ไปรับเงินค่าเสียหายแล้วหนีไป ทำให้สองแม่ลูกแทบไม่ได้เงินค่าสินไหมทดแทนเลย ต่อมาได้มาร้องสภาทนายความ เนติบัณฑิตยสภาและกระทรวงยุติธรรม จึงจัดทนายความดำเนินคดีเเบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนแพ่ง สภาทนายยื่นคำร้องขอเพิกถอนการสละการบังคับคดีเอาเงิน5ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย กับคดีอาญา ซึ่งคดีอาญาศาลจังหวัดตลิ่งชันพิพากษาลงโทษจำคุกนายพิสิษฐ์ เป็นเวลา5ปี

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่าล่าสุดในส่วนของคดีแพ่ง ศาลจังหวัดไชยาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค8ใจความว่า หนังสือมอบอำนาจที่นายพิสิษฐ์นำมายื่นประกอบขอสละการบังคับคดี ไม่ต้องไปบังคับเอากับบริษัทจำเลยนั้น เป็นเอกสารปลอม จึงไม่มีผลเป็นตัวแทนของนางพรทิพย์ นายพิสิษฐ์ จึงไม่มีอำนาจไปรับเงินแทน ดังนั้น นางพรทิพย์กับน้องบีม จึงยังมีสิทธิ์ในเงิน5ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปีนับแต่ปี 2559 ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปบังคับคดีกับบริษัท น.นน อินเตอร์เฟด ได้ตามกฎหมาย

โดยขั้นตอนต่อไป จะเป็นขั้นตอนของการสืบทรัพย์และบังคับคดีกับบริษัทดังกล่าวซึ่งทราบว่ามีทุนจดทะเบียนนับสิบๆล้านบาท เท่ากับว่านางพรทิพย์กับน้องบีมชนะคดีชั้นอุทธรณ์ เเละหากอีกฝ่ายฎีกา ก็เป็นสิทธิ์ แต่กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งใหม่บัญญัติว่าจะฎีกาได้ต่อเมื่อเป็นคดีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มีข้อกฎหมายที่สำคัญจริงๆเท่านั้น ในส่วนคดีอาญาที่ ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พนักงานอัยการแยกฟ้อง
น.ส.พรปวีณ์ ชูแก้ว กับน.ส.ธิตาภา สวัสดี คนสนิทของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ฐานฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จำเลยทั้งสองแถลงขอรับสารภาพ กับขอประนอมความทางแพ่งยอมใช้เงิน5หมื่นบาท คดีจึงรอฟังคำพิพากษาวันที่22สิงหาคมนี้

Advertisement

ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม กล่าวว่า ขอขอบคุณ สภาทนายความ สื่อมวลชน ที่ช่วยเหลือและติดตามเรื่องนี้มาตลอด ตนจะเป็นคนดี ตอนนี้เรียนชั้นม.3 โรงเรียนศรีสังวาล นนทบุรี ได้เกรด3.85 ที่แม้ขาจะพิการจากเหตุรถชนครั้งนั้น แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เพราะมีเพื่อนคอยดูแลช่วยเหลือ ในอนาคตยืนยันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวทีวี

ส่วนนางพรทิพย์กล่าวว่า ดีใจที่เราชนะชั้นอุทธรณ์ เราสู้กันมาถึงชั้นนี้แล้วรูสึกขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ตอนนี้ผลการเรียนน้องบีมดีมาก เมื่อเช้าเข้าสอบสามวิชารวด แล้วรีบเดินทางมาสภาทนายความเพื่อเซ็นแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

จากนั้นนายดำรงศักดิ์ 1ในทีมบริหารสภาทนายได้ให้นางพรทิพย์แต่งตั้งเป็นตัวแทนบังคับคดี เพื่อติดตามเงินคืน พร้อมกันนี้นายเสาวภักดิ์ ได้รับติดตามคดีอาญาส่วนที่ยังค้างในศาล ส่วนร.ต.ดร.ถวัลย์ ยายกสภาทนาย ยังมอบเงินให้น้องบีมอีก1หมื่นบาทเป็นทุนการศึกษาอีกด้วย