ดูเหมือนว่า ก่อนจะมีการประชุมสัญจรกันที่โรงแรมยูเพลส มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งนี้ “ฝ่ายความมั่นคง” จะทำการบ้านกันมาเป็นอย่างดี ควรจะได้รับคำชมจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
“คำสั่งของผู้บังคับบัญชา” คือเป้าหมายของทหาร
ภายใต้การบริหารของ “รัฐทหาร” ความสงบเรียบร้อยจึงต้องมาก่อน !
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพทางความคิด การขีดเขียน วิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ตีแผ่ ตลอดจนเสรีภาพทางวิชาการ “มาทีหลัง”
ก่อนประชุม ครม.สัญจรที่อุบลฯ ฝ่ายความมั่นคงจึงเบิกโรงด้วยการส่งรองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 22 ไปพบ นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอให้ช่วยห้ามทัพนักศึกษาที่คิดจะชูป้ายต่อต้านนายกรัฐมนตรี
เหตุที่เจาะจงไปที่ “คณบดีรัฐศาสตร์” นั้นก็เพราะว่า “น้องกรานต์” น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกสาวคนโตของ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์
มากไปกว่านั้น “น้องกรานต์” คนนี้ยังเป็นนายกสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลฯ
ความกลัวจึงเป็นเหตุให้เกิดปฏิบัติการ “จับเข่าปราม” !
เมื่อทหารปฏิบัติการเสร็จก็ส่งไม้ให้ตำรวจทำต่อ ฝ่ายความมั่นคงมีการข่าวชนิดเจาะลึก จึงให้ สภ.วารินชำราบ จัดตำรวจนอกเครื่องแบบ บุกไปจับเข่าปราม นายธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำสาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ถึงบ้านพัก พร้อมกับบุกถึงบ้าน ด็อกเตอร์ราม ประสานศักดิ์ อาจารย์สาขาวิชาภาษาและวรรณคดีตะวันตก คณะเดียวกัน ครม.สัญจรที่อุบลฯหนนี้จึงคึกคักมีชีวิตชีวา
ด็อกเตอร์รามบอกว่า ตื่นเต้น ตกใจมาก ไม่เคยเจอแขกที่ไม่ได้เชื้อเชิญแบบนี้มาก่อน
ส่วนอาจารย์ธีระพลก็เร้าใจกับประสบการณ์ที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไปเยือนถึงเรือนเพื่อถามไถ่ถึงแผนชูป้ายต่อต้านนายกฯ จนเมื่อยืนยันว่า “ไม่มี” ตำรวจจึงกลับไป
“ผมไม่ใช่อาชญากรร้ายแรงที่ตำรวจต้องเฝ้าติดตามสะกดรอยคุกคามแบบนี้” อาจารย์ระบายอย่างขัดเคืองใจ
แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงที่แผ่วเบาของอาจารย์หรอกจะบอกให้
ที่ควรจะต้องเข้าใจก็คือว่า วัฒนธรรมอย่างเรา “ปัญญา” มีค่าด้อยกว่า “กำลัง”
ด้วยเหตุฉะนี้ “อาชญากรทางความคิด” จึงต้องติดคุก !?!!

