ศาลอาญาทุจริตฯ ประทับฟ้อง ธาริต-พวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-แจ้งเท็จศาล

26.07.18 | 14:29 น.
(ซ้าย) นายธาริต เพ็งดิษฐ์พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม(ขวา)

ศาลอาญาทุจริตฯ ประทับฟ้อง ธาริต-พวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-เเจ้งเท็จต่อศาลหลัง “สมคิด บุญถนอม” ยื่นฟ้อง เหตุกลั่นเเกล้งร้องถอนประกัน-พาพยานคดีอุ้มฆ่าอัลลูไวลี่ หนี


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งในคดี อท.(ผ) 61/2559 ที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจเเห่งชาติ เเละ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ เเละ พ.ต.ท.สุวิชชัย หรือเกียรติกรณ์เเก้วผลึก เป็นจำเลยที่ 1-3
ในความผิดฐาน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สร้างหลักฐานการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เเละเเจ้งความอันเป็นเท็จต่อศาล

โดยคำฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่านายธาริตซึ่งดำรงตำเเหน่งอธิบดีเอสไอในขณะนั้นกับพวกได้มีคำสั่งให้มีการนำ พ.ต.ท.สุวิชชัยพยานโจทก์ในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ศาลอาญา ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย ไปยังประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ด้วยสายการบิน ey402 ทั้งที่ พ.ต.ท.สุวิชชัยดังกล่าวนั้นเป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีร่วมฆ่า ซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศไว้ เเต่ภายหลังจำเลยกลับมายื่นคำร้องขออนุญาตศาลอาญาให้ส่งประเด็นไปสืบต่างประเทศ โดยอ้างว่าพบพยานดังกล่าวหลบหนีหมายจับไปยังประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์อนุญาตส่งประเด็นไปสืบต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงเเล้วตอนนั้นพยานโจทก์ปากดังกล่าวพำนักอยู่ในไทย เเต่อัยการโจทก์ไม่สามารถนำตัวมาเบิกความที่ศาลอาญาโดยเปิดเผยได้เนื่องจาก พ.ต.ท.สุวิชชัยเป็นจำเลยหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี

นายธาริตกับพวกได้ร่วมมือกับอัยการคนหนึ่ง ทำหน้าที่รายงานความคืบหน้าการส่งประเด็นไปสืบพยานต่างประเทศตามคำสั่งศาลอาญาในขณะนั้นเป็นผู้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ พ.ต.ท.สุวิชชัยเเละเจ้าหน้าที่ดีเอสไออีกสองคนเดินทางไปประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เพื่อดำเนินการสืบพยานลับหลังจำเลยในคดีการหายตัวไปของ นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ด้วยช่องทาง พ.ร.บ.ร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาฯ ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะความจริงเเล้ว การสืบพยานต่างประเทศด้วย พ.ร.บ.ดังกล่าว จะต้องเป็นกรณีที่พยานมีภูมิลำเนาต่างประเทศ มิใช่เกิดจากจำเลยกับพวกร่วมกันนำพยานเดินทางไป ยังประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ไว้ก่อน เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการส่งประเด็นไปสืบ เเต่กลับไปเเจ้งเท็จต่อศาลว่าพบพยานดังกล่าวหลบหนีหมายจับที่ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ต่อมาศาลอาญาได้อนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบตามคำร้องของอัยการโจทก์ ส่วนกรณีที่คัดค้านว่าพยานปากดังกล่าวไปต่างประเทศจากกระทำของพวกจำเลยนั้นให้ไปว่ากล่าวในอีกคดี

Advertisement

ซึ่งต่อมา นายธาริตกับพวกยังได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวโจทก์ทั้งสอง โดยกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสอง ร่วมกันข่มขู่คุกคามพยานให้หวาดกลัว ซึ่งศาลได้ไต่สวนคำร้องเเละยกคำร้องไป

ซึ่งต่อมาโจทก์ได้ตรวจสอบพบว่าจำเลยทั้งสามในฐานะตัวการเเละผู้สนับสนุน ร่วมกันสร้างพยานหลักฐานการคุ้มครองพยานมาตรการพิเศษ โดยอ้างว่าโดนโจทก์ข่มขู่พยาน เพื่อเป็นข้ออ้างเเก้ตัว กรณีโดนโจทก์ร้องคัดค้านการนำพยานปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย เดินทางออกนอกประเทศ ว่าเป็นการคุ้มครองพยานเพื่อนำไปสืบพยานที่ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์เเละอ้างเป็นหลักฐานเเจ้งความเท็จต่อศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวเเก่โจทก์ทั้งสอง จึงเท่ากับจำเลยมีเจตนาพิเศษกลั่นเเกล้งเพื่อให้โจทก์ถูกศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวในขณะนั้น หากศาลเขื่อตามคำร้องเท็จของจำเลย

โดยคดีนี้มีการยื่นฟ้องไว้ตั้งเเต่วันที่ 7 สิงหาคม 2557 มีการไต่สวนมูลฟ้องจนนัดฟังคำสั่งในวันนี้

ในวันนี้โจทก์เเละทนายความเดินทางมาศาลส่วนฝ่ายจำเลยไม่เดินทางมา

โดย พล.ต.ท.สมคิดกล่าวภายหลังฟังคำสั่งในวันนี้ว่า ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องจำเลยทั้งหมดเเล้ว ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเเละเเจ้งความเท็จต่อศาล ส่วนข้อหาอื่นเช่นหลักฐานการคุ้มครองพยานอันเป็นเท็จจะอยู่ในกระบวนการพิจารณาที่จะต้องนำสืบต่อไป ซึ่งข้อหาสร้างหลักฐานการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษอันเป็นเท็จ ที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเพราะจะเป็นการลึกลงไปในชั้นพิจารณาคดีซึ่งที่ผ่านมาเป็นเเค่การไต่สวนมูลฟ้องให้เห็นว่าที่นายธาริตยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนประกันตนเป็นการเเจ้งความเท็จต่อศาลเเละเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ โดยในวันนัดสอบคำให้การดังกล่าวนายธาริตกับพวกต้องให้การต่อศาลว่าจะสารภาพหรือปฏิเสธ หากปฏิเสธก็ต้องเตรียมประกันตัวไปสู้คดีในนัดสอบคำให้การที่จะถึงนี้

พล.ต.ท.สมคิดกล่าว ถึงคดีที่ตกเป็นจำเลย คดีอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จำเลยทั้งหมดว่า ขณะนี้อยู่รอฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่ ซึ่งความจริงเเล้วคดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เเต่ก็มีอัยการสูงสุดในขณะนั้นลงนามรับรองฎีกาให้ ซึ่งก็ต้องน่าตรวจสอบว่าเมื่อเป็นคดีต้องห้ามฎีกา อัยการสูงสุดในขณะนั้นใช้หลักอะไรรับรองฎีกา เพราะก่อนหน้านี้ตนก็โดนกระบวนการกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลข่มขู่พยานจนมีการร้องศาลให้ถอนประกันโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเเละอัยการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องถอนประกันตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ พล.ต.ท.สมคิด อดีตจเรตำรวจ เเละ พ.ต.ท.สุรเดช เป็น 2 จำเลยในคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จำเลยทั้งหมด