เมื่อ 14.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 พร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 ของสน.ดินแดง กรณีคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธมีดและกำลังทำร้ายนายธนิต ทัฬหสุนทร เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2559 เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหาสำนวนคดีดังกล่าว
พล.ต.ท.ชาญเทพเปิดเผยก่อนการประชุมว่า กรณีดังกล่าวต้องจะเริ่มกลับมานับหนึ่งใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น หากตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนคดีมีความบกพร่อง ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็จะดำเนินการทางวินัยตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ต้องการที่จะหาพยานหลักฐานหาเอกสารให้กับพนักงานอัยการเพื่อยื่นอุทธรณ์ ต้องการตรงนี้ก่อน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีพยานเห็นคนเดียวหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการยิงกันบริเวณวัดกุนนทีรุทธาราม พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ได้เรียกพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ รวมถึง สน.ดินแดง มาร่วมประชุมดังกล่าว
“กรณีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสั่งการกำชับอะไรเลย เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบสำนวนคดีต้องรู้ หรือผู้กำกับการสถานีตำรวจต้องรู้ สิ่งสำคัญที่สุดเรายังมีอัยการ เมื่อพนักงานสอบสวนได้ไม่ดีพอพนักงานอัยการต้องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมอยู่แล้ว คดีดังกล่าวพนักงานอัยการสั่งมาหลายข้อจนสามารถที่จะสั่งฟ้องได้ พนักงานอัยการเชื่อว่าพยานหลักฐานทั้งหมดเพียงพอ พยานน่าจะพอในการสืบหรือไต่สวนพยาน” ผบช.น.กล่าว
เมื่อถามว่าภรรยาของผู้เสียชีวิตมีสภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า สภาพจิตใจยังไม่ค่อยดี ฝากผู้สื่อข่าวอย่าไปกดดันมาก
เมื่อถามกรณีที่บอกว่าจะมีการฆ่าตัวตายอีกครั้ง พล.ต.ท.ชาญเทพกล่วว่า ไม่ขอตอบ ถามต่อว่ากรณีที่แม่ทางฝ่ายคู่กรณีออกมาแถลงข่าวจะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกันและถือเป็นสิทธิของเขา ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีมา เพราะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
เมื่อถามว่าหากนายณัฐพงษ์ คู่กรณีไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ขอตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบหาพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม อย่างที่บอกการรื้อคดีเมื่อคดีสิ้นสุดเมื่อถึงชั้นฎีกาหรือไม่อุทธรณ์ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่การหาพยานหลักฐานใหม่อย่างเดียว อะไรที่ศาลมีคำสั่งหรือมีการพิพากษา ประโยคไหนที่จะต้องมีการพิจารณาจะต้องเริ่มใหม่ ทั้งนี้ หน้าที่ต่อไป พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. จะเป็นผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ตามติดตามกรณีดังกล่าวต่อไป
เมื่อถามว่าแม่ของผู้ตายได้มาติดต่อนำหลักฐานมาให้ดูหรือไม่ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ไม่ได้มีการเปิดคลิปวิดีโอให้ดู ถามต่อว่าพยานหลักฐานที่แม่ของผู้ตายนำมาให้ดูนั้นมีอะไรบ้าง พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า เป็นเพียงไฟล์ข้อมูลยังเปิดดูไม่ได้จึงได้ทำการอัดเก็บไฟล์ไว้ กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด สถาบันส่วนสถาบัน บุคคลกระทำความผิดก็ต้องเป็นบุคคล อย่าเอาสถาบันเข้ามาไม่ถูกต้อง
ถามถึงพยานหลักฐานเสื้อผู้ตายหายไปหรือการตรวจดีเอ็นเอเสื้อนั้น พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ขณะนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างดำเนินการไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลาง เป็นเรื่องของพยาน ถ้าอยากถามต้องถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีต ผบช.น. เป็น ผบช.น. ขณะนั้น ทั้งนี้ ตนได้ให้คณะทำงานไว้ 15 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ ได้ลงนามคำสั่ง บช.น.ที่ 235/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 ของ สน.ดินแดง ด้วยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 เวลา 21.40 น. ได้มีคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธมีดและกำลังทำร้ายนายธนิต ทัฬหสุนทร เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้รับคำร้องทุกข์เป็นคดีอาญาที่ 418/2559 และต่อมาได้สรุปสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เงินคีรี และนายอาร์รีชัย หรือเบ๊นซ์ บุดดาวงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่งพนักงานอัยการและพนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญา
ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยเป็นผู้กระทำผิด และญาติของผู้ตายได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าคดีดังกล่าวนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนของ สน.ดินแดง
เนื่องจากคดีดังกล่าวมีลักษณะการกระทำผิดที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีการนำเสนอข่าวตามสื่อต่างๆ อย่างแพร่หลายเป็นที่สนใจของประชาชนในเรื่องการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในคดีและเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย จึงแต่งตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน มีคณะทำงานคือ พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรขจร รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 เป็นคณะทำงาน พ.ต.อ.ฉัตรแก้ว วรรณฉวี ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 พ.ต.อ.สมคิด สมบูรณ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.อ.วิโรจน์ มาสง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วชิระชัย พันธ์ทอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พีรธรรม คำจร รองผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.พีรพงษ์ หันกลาง สว. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 และ พ.ต.ท.นุชนารถ ขันธุ์ดวง สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 เลขานุการคณะทำงาน โดยให้คณะทำงานดังกล่าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ขณะเกิดเหตุการณ์สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวน พยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ได้รับโทษตามกฎหมายโดยให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้วรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 15 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

