จากกรณีครูวิภา บานเย็น อายุ 47 ปี ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในกำแพงเพชร ได้ค้ำประกันเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้นักเรียนชั้น ม.4 และ ม. 5 จำนวน 60 คน ราวปี 2541-2542 ปรากฏว่านักเรียน 20-30 คน ที่จบแล้ว ไม่ได้ใช้หนี้ กยศ. ยอดหนี้รวมกว่าล้านบาท ทำให้ถูกยึดบ้านและที่ดิน
เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) อดีต น.ศ.2 ราย ผู้กู้เงิน กยศ. ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี “รายการต่างคนต่างคิด” สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 โดยระบุว่า ตนได้ติดตามข่าวครูวิภาแล้ว ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ก.ค.) ครูได้ติดต่อมาให้ตนเข้าไปเช็กยอดชำระหนี้ ซึ่งทราบว่าทาง กยศ. ไม่ให้ทยอยจ่ายแล้ว แต่ให้ปิดบัญชีโดยจ่ายคืนทั้งหมด ซึ่งตนติดหนี้ กยศ. รวมดอกเบี้ย จำนวน 15,000 บาท โดยกู้ตั้งแต่เรียนชั้น ม.4 ที่ จ.กำแพงเพชร จากการเช็กยอดเงินต้นที่กู้จำนวน 11,000 บาท และตนกู้เพียงเทอมเดียวเท่านั้น
โดยครูวิภาบอกตนว่าโดนบังคับยึดทรัพย์ ต่อมาวันรุ่งขึ้นครูไปออกทีวี ตนก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ ซึ่งทราบว่าครูเซ็นค้ำประกันให้ศิษย์กู้ กยศ. ถึง 60 คน ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็ก ตนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ตนก็คิดว่าเหตุใด ทำไมครูถึงกล้าค้ำให้เด็กถึง 60 คน
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่คิดจะเบี้ยวจ่าย กยศ. แต่อยู่ระหว่างหาเงินมาปิดเต็มจำนวน ขณะที่ผ่านมา ตนไม่เคยรู้เรื่องนี้จากครู และไม่ได้ติดต่อครู ตนทราบว่าครูโดนฟ้องตั้งแต่ปี 2550
ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่กู้ กยศ. ผ่านทางไลน์ และวันนี้เพิ่งคุยกันหลายคน ซึ่งก็บอกว่าจะหาเงินไปปิดยอดเหมือนกัน ซึ่งตนก็ติดต่อเพื่อนได้เพียง 2-3 คนเท่านั้น
อีกรายระบุว่า ตัวเองรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังทราบข่าวได้มีการติกต่อครูวิภาเพื่อจะโอนเงินคืนแล้ว โดยยอดหนี้ประมาณ 18,000 บาท เป็นการกู้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปี 2541 ทั้งนี้ ไม่คิดว่าเรื่องจะรุนแรงขนาดนี้ ตนไม่ได้คิดจะหนีหนี้ แต่ช่วงที่เปลี่ยนงาน จึงยังไม่ได้ชำระ อย่างไรก็ตาม การทวงหนี้นั้น ตนคิดว่าควรจะมาทวงที่คนกู้ ไม่ใช่ไปยึดทรัพย์คนที่ค้ำประกัน
ขอบคุณคลิป “รายการต่างคนต่างคิด”
https://www.youtube.com/watch?time_continue=70&v=OSW_MI_TQZI

