แฟนสาว ‘โจ้’ ผู้ต้องหาฆ่า ‘เต้’ ยัน ‘เบนซ์’ บอกเอง ‘ผมเป็นคนแทง’ (คลิป)

26.07.18 | 20:01 น.

จากกรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร อายุ 52 ปี กระโดดตึกชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เสียชีวิตคาที่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สาเหตุคาดว่ามาจากในวันเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนายณัฐพงศ์ เงินคีรี อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่านายธนิต ทัฬหสุนทร อายุ 23 ปี บุตรชาย เมื่อช่วงสงกรานต์ปี 2559 เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้นายศุภชัยเกิดความเครียดและก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายณัฐพงษ์ หรือ โจ้ เงินคีรี ผู้ต้องหาฆ่านายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ ที่ถูกแทงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 และบิดาของนายธนิต ได้กระโดดอาคารศาลเสียชีวิต หลังศาลชั้่นต้นยกฟ้อง ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมกับมารดา และ น.ส.หมู แฟนสาว ที่บ้านพักย่านดินแดง

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนกับ น.ส.หมูได้มาเล่นน้ำสงกรานต์ที่หน้าปากซอยตาม สาเหตุที่ตนไปเล่นแถวนั้น ก็เพราะรู้จักกับรุ่นน้องภายในซอยนั้น 2-3 คน สักพักเห็นว่ามีคนโวยวาย มองไปด้านขวาก็พยว่ามีคนโดนตบหน้าอยู่คนหนึ่ง คือนายเบนซ์ หรือนายอารีชัย ซึ่งถูกดำเนินคดีในศาลเยาวชน ส่วนผู้ที่ตบหน้าคือนายเต้ หลังจากนั้นอาแหม่ม ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของนายโฟล์ค เข้ามาห้าม บอกให้มาเคลียร์ มาด้วยกันจะมีเรื่องกันทำไม เพราะว่าเต้ ตง เบนซ์ มาด้วยกัน และรู้จักกันหมด แต่ตนไม่เคยรู้จักพวกเขาเลย รู้จักโฟล์คคนเดียว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าย้อนไปดูที่กล้องวงจรปิด จะเห็นมีคนยกมือไหว้ผู้หญิงคนหนึ่ง ก็คือเขาไหว้อาแหม่มหลังจากเคลียร์กันแล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับตน สักพักตนก็ชวนน้อง 2 คนไปปัสสาวะบริเวณตู้โทรศัพท์ แล้วกลับมานั่งกินลูกชิ้นอยู่ที่เบาะมอเตอร์ไซค์ ได้ยินเสียงนายตงกับนายเบนซ์ พูดคุยกัน นายตงได้ถามนายเบนซ์ว่าคาใจอะไรกับมันหรือเปล่าที่โดนตบหน้า ถ้าไม่พอใจให้บอก เดี๋ยวกูช่วยเอง

หลังจากนั้นตนเดินไปหาแฟนที่หน้าปากซอย แฟนนั่งอยู่ริมฟุตบาท จู่ๆ นายเต้ซึ่งเป็นผู้ตาย ได้เดินมาคุยกับตนว่า แฟนมึงมองหน้ากูมีอะไรหรือเปล่า? ตนเลยตอบไปว่ามาเล่นน้ำสงกรานต์ ไม่ได้มีปัญหาอะไร หลังจากนั้นนายเต้โวยวาย แล้วเพื่อนของนายเต้ ก็ได้มาดึงนายเต้ออกไป ตนเลยถามแฟนว่าได้ไปมองหน้าเขาหรือเปล่า แฟนตนก็ตอบว่าไม่ได้มองนะ สักพักแฟนตนก็มาบอกตนว่า เห็นท่าไม่ดี เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า

น.ส.หมูแฟนสาวนายณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า ตนเห็นท่าไม่ดี เพราะนายเต้เริ่มโวยวาย คุยกับคนอื่นว่าเหมือนจะเอาเรื่องตน ตนจึงชวนกลับบ้าน

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า หลังจากแฟนชวนกลับบ้าน ตน 2 คนก็เดินเข้าไปในซอย เพื่อขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน พอถึงที่มอเตอร์ไซค์ นายเต้ได้เดินมาหาตนอีก และพูดเป็นครั้งที่ 2 ว่า “แฟนมึงมองหน้ากู มึงมี—อะไรเปล่า” หลังจากนั้นตนก็ลงจากมอเตอร์ไซค์ แล้วก็มีการเถียง ด่ากันกับนายเต้ไม่ถึง 1 นาที ตนก็ออกหมัดต่อยนายเต้ก่อน 1 ครั้ง แล้วก็เตะอีก 1 ครั้ง

“จากนั้นนายเต้ได้ต่อยเตะตนคืน จนเหตุการณ์เลยมาถึงกลางซอย ซึ่งกล้องไม่สามารถจับภาพได้ สักพักอาแหม่ม ได้มาดึงตนให้แอบข้างทาง อาแหม่มพยายามพาตนไปด้านหลังซอย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอนายเต้ จากนั้นไม่นาน ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาจากหน้าปากซอย มาตะลุมบอนนายเต้ โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ซึ่งผมไม่รู้จักผู้ก่อนเหตุเลยสักคน และตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า จากนั้น ได้ตะโกนเรียกแฟนให้มาเอากุญแจรถมอเตอร์ไซค์เพื่อมารับตน แล้วตนกับแฟนก็ได้กลับบ้านไปทางข้างหลังซอย ไม่ได้ออกไปด้านหน้าซอย ซึ่งเรื่องนี้อาแหม่มสามารถเป็นพยานให้ตนได้ จากนั้นตนกับแฟนก็ได้ไปกินหมูกระทะที่บ้านน้อง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวตนเมื่อตอนตี 3 ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตน เจ้าหน้าที่พูดว่ามันตายแล้ว ตนก็ตกใจก่อนที่จะนำมาสอบสวนที่ สน.ดินแดง ตอนแรกบอกว่าจะให้เป็นพยาน หลังจากการสอบสวนตนก็ตกไปเป็นจำเลย

“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยรู้จักนายเบนซ์มาก่อน ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุย ผมเพิ่งเจอนายเบนซ์ในวันเกิดเหตุ สาเหตุที่เบนซ์ซัดทอดมาหาผม อาจจะเป็นเพราะผมไปมีเรื่องกับนายเต้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

แฟนสาวนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ยินเสียงแฟนเรียกให้ไปเอากุญแจเพื่อไปเอารถ ในจังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับการตะลุมบอนนายเต้ นายเบนซ์ที่มือเปื้อนเลือดได้เข้ามาหา ก่อนที่นายเบนซ์จะบอกตนว่า “ผมเป็นคนแทง” จะขอให้พาไปด้วย ซึ่งตนบอกว่าไม่ได้รู้จักกัน จะไปได้ยังไง พร้อมกับเดินทางกลับออกมา

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อยากจะขอความเป็นธรรม ให้กับตนเอง และครอบครัว ตลอดเวลา 2 ปี ก็ได้ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ข่าวลือทั้งหมดที่บอกว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ปล่อยเงินกู้ ทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลย ตนเป็นแค่คนธรรมดา หลังเกิดเรื่องทุกคนก็ห่วงเรื่องของตน จนคุณพ่อก็ได้มาล้มป่วย กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ในช่วงนี้ตน และทางครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมาก เพราะมีข้างบ้านมาบอกว่าช่วงนี้ได้มีกลุ่มวัยรุ่นมามองที่บ้านหลายครั้งด้วยกัน

https://youtu.be/bz0IFvL9vZw>