หน้าแรก ในประเทศ เพื่อนครู-ลูก...

เพื่อนครู-ลูกศิษย์ ชี้ ‘ครูวิภา’ เป็นคนดีมีน้ำใจเเละรักเด็ก วอนผู้กู้ยืมกยศ.30ราย ชำระหนี้

28.07.18 | 19:24 น.

จากกรณี น.ส.วิภา บานเย็น อายุ 47 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ถูกกรมบังคับคดียึดทรัพย์ บ้านและที่ดิน หลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ กยศ.ให้นักเรียนชั้น ม.4 และ ม.5 จำนวน 60 คน เกือบล้านบาท เมื่อปี 2541 แต่ลูกศิษย์ไม่ยอมใช้หนี้ 30 คน จนศาลสั่งยึดทรัพย์ผู้ค้ำประกันนั้น ล่าสุดกลุ่มเพื่อนครูย้ำครูวิภาเป็นคนดีมีน้ำใจรัก วอนลูกศิษย์ชำระหนี้

นายรังสรรค์ ฝ่ายสมบัติ ครู คศ 3 หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป ได้ให้ข้อมูลว่า ครูวิภา ขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สอนวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นคนนิสัยดี รักและเอาใจใส่ลูกศิษย์ จะร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียนตลอด ให้คำปรึกษาด้วยจิตเมตตา เมื่อนักเรียนมาขอให้ครูวิภาเซ็นค้ำประกันกู้ยืมเงินจาก กยศ.ครูวิภาก็จะเซ็นให้ เนื่องจากต้องการลูกศิษย์ได้เรียนหนังสือ ต่อมานักเรียนเหล่านั้นก็พากันจบออกไป และไม่ได้ส่งเงินคืน กยศ.ซึ่งต่อมาก็มีหนังสือมาหาครูวิภา ว่ามีเด็กบางส่วนยังไม่ยอมชำระหนี้กองทุน กยศ. ตามที่กำหนดไว้ ทำครูวิภา มีความเป็นกังวลใจ ครูวิภาเคยไปตามถึงบ้านของลูกศิษย์ แต่ก็ไม่ค่อยพบตัว พบแต่ผู้ปกครองซึ่งก็ไม่รับทราบปัญหาด้วย


ในส่วนตัวของความเป็นครู คิดว่าลูกศิษย์น่าจะนึกถึงตอนที่ครูค้ำประกันให้ เพื่อให้มีทุนศึกษาต่อ อยากให้ลูกศิษย์ที่จบไปแล้วมีอาชีพแล้ว ควรกลับมาใช้หนี้ จะผ่อนหรือจะดำเนินการปิดบัญชี ก็อยู่ที่แต่ละรายบุคคล จึงฝากถึงลูกศิษย์ เป็นห่วงครูวิภา หากยังไม่มีก็เข้ามาพูดคุยกัน รับผิดชอบตนเอง ซึ่งครูวิภา จะได้พ้นวิกฤตตรงนี้ไปได้ เพราะที่ทราบข่าวบางคนก็มีบ้านมีรถ และมีฐานะดี ก็น่าจะนำเงินไปชำระได้ แต่หลังจากที่เป็นข่าวไปแล้วทราบว่ามีบางคนได้นำเงินไปชำระหมดแล้วก็มี

ขณะเดียวกันนายอเนก เมืองฉาย อายุ 37 ปี ตัวแทนนักศึกษา ลูกศิษย์ครูวิภา ค้ำหนี้ กยศ. เผยถึง กู้กองทุน กยศ. ระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยมีครูวิภา เป็นผู้ค้ำประกันให้กับนักเรียน หลังจากจบการศึกษาจนมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ได้ชำระหนี้กองทุนมาทุกเดือนโดยตลอด จนปัจจุบันยังไม่เคยขาดการชำระหนี้แม้นแต่ครั้งเดียว จากเรื่องราวกระแสข่าวที่ยังมีลูกศิษย์บางคนที่ยังไม่ชำระหนี้ ส่งผลให้ครูวิภา ได้รับความเดือนร้อน คนที่ยังไม่ชำระหนี้ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายไป ส่วนบางคนที่ชำระหนี้หมดแล้ว กลับถูกนำรายชื่อมาเปิดเผยทางโซเชียลนั้น ส่งผลเสียต่อตัวเขา ครอบครัวเขา หน้าที่การงานเขา เพราะบางคนใช้หนี้หมดแล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรยังมีรายชื่ออยู่ จึงตกเป็นจำเลยสังคม

ตนเองเป็นคนหนึ่ง ที่กู้กองทุน กยศ. มาใช้ในการศึกษา ก็ยังใช้หนี้ทุกปีและยังคงชำระหนี้อยู่ตามยอดที่กำหนดไม่เคยขาด แต่ก็มีเพื่อนบางคนชำระหนี้หมดแล้วอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้น ตอนนี้ทำให้เพื่อนต้องหนีออกต่างจังหวัดไป ทนแรงกดดันไม่ไหวถึงกับเครียด ทำให้มีผลกระทบเรื่องงาน สถานที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน ได้มีการดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เป็นจำเลยสังคม โดยที่เขาไม่ได้ไปทำความผิดอะไรเลย กลับถูกประณามในโซเชียล จึงขอให้ตรวจสอบก่อน คนที่ไม่รู้จักกันก็มาต่อว่าประณามกันโดยที่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง ถ้าตนเองมีรายชื่อเป็นหนึ่งในนั้น ตนเองก็คงทำใจลำบาก สิ่งที่โดนไม่ใช้แค่ตนเอง รวมถึงครอบครัว

Advertisement

ด้านครูวิภา เป็นคนดีที่ยอมเซ็นค้ำให้ ท่านเลยเอาตัวเองเป็นผู้ค้ำประกัน พอนานวันเข้า ผู้กู้บางคนลืมที่จะนึกใช้ไป บางคนคิดว่าเงินส่วนนี้ไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้วเงินส่วนนี้สำคัญ จึงขอวิงวอนให้ผู้กู้ชำระหนี้ เพราะเรายืมเขามาแล้วชำระหนี้ส่งคืน เพื่อให้น้องๆได้ใช้เงินต่อจากเรานำไปใช้ในการศึกษา