เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และนางอัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ภริยา เปิด ‘วังวรดิศ’ ต้อนรับครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ลูกหลานเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม และได้พบปะสนทนา เรื่อง ‘การทำดีเริ่มต้นได้ที่ใจเรา ถวายเป็นพระราชกุศล’ ณ พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตอนหนึ่งว่า
“วิทยากรอยากขอให้ทุกๆ ท่านตื่นเช้าขึ้นมาในแต่ละวันอย่างสดใส มุ่งคิดสิ่งที่ดี ร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ เป็นมงคลแก่ชีวิตตนและครอบครัว กล่าวคือ พยายามคิดในเชิงบวกไว้ก่อน ไม่ใช่คร่ำเครียดแต่เช้าที่จะทำให้ชีวิตประจำวันในวันนั้นกลายเป็นความบกพร่อง เกิดความไม่เรียบร้อยไปทั้งวัน
…แม้ตัววิทยากรสนทนากับทุกท่านในวันนี้เช่นนี้ แต่ก็หาใช่จะทำได้ง่ายเสียเองซะที่ไหน แต่จำต้องพยายามทำในทุกๆ อย่าง เพื่อสุขภาพตัวเราและอีกทุกๆ คนรอบข้าง…
คนสูงวัยยิ่งมีเรื่องคิดมากมายสารพัด ทั้งเรื่องบวกและลบ คิดเรื่องบ้านเมืองเอย ห่วงใยสังคมเอย ที่มีใครบ้างจะไม่ห่วง นอกจากชีวิตเขาจะไม่รับผิดชอบต่ออะไรทั้งสิ้น และเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ อย่างไรก็ดี ผู้ใหญ่ท่านสอนลูกหลานไทยมาแต่เก่าก่อน หากสามารถทำได้ ในวันหนึ่งๆ จงเริ่มต้นให้ดี ก็จะไปได้ดีอย่างตลอดรอดฝั่งทั้งวัน หรือครูอาจารย์ในต่างประเทศเคยสอนว่า ‘The way you start the morning can affect your whole day.’ ที่จะทําให้จิตใจเรามีความสุข ตื่นตัว กระฉับกระเฉง ทั้งเรื่องการเรียนหนังสือ ทำงาน หรือประกอบภารกิจอะไรก็ตาม รู้จักเอาความไม่สุขหรือความทุกข์ ความวิตกกังวลไปฝากไว้ที่ไหนเสียก่อน เผื่อการทำสิ่งดีๆ จะสามารถทดแทนได้ อย่าหงุดหงิดโมโหง่าย แต่จงสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส คนอื่นๆ รอบข้างก็พลอยจะมีความสุขตามไปกับเราด้วย
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เคยประทานสอนไว้แก่ลูกศิษย์ของพระองค์ ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่มาเฝ้า ณ วังวรดิศครั้งหนึ่งว่า ‘สีหน้า’ คนเราถือเป็นเรื่องสำคัญ จะบอกให้ว่า คนเรามองหน้าตนเองในกระจกแต่เช้า ย่อมบอกได้ว่ามี ‘สิริหน้า’ หรือไม่ หมายถึง หน้าที่เป็นมงคลแก่ตน, สง่าราศี, มิ่งขวัญ, ความงามทางจิตใจ, โชคลาภ, ความเจริญ หรือความหมายต่างๆ ที่เป็นตรงกันข้าม อันไม่เป็นที่ปรารถนาของผู้ใดสักคนเดียว ฯลฯ
คนเราควรรักษาความมีสิริหน้าให้เป็นมงคลแก่ชีวิตตน วิทยากรได้ยินคำพูดปัจจุบัน บ้างใช้คำว่าเสแสร้ง หรือไม่ก็สร้างภาพ ข้อนี้สำคัญอยู่ที่ใจตน ดีหรือไม่ดี รักหรือชัง ชอบหรือไม่ชอบ ตนย่อมรู้อยู่แก่ใจมากกว่าใครอื่น อย่าแสดงออกทางสีหน้าพร่ำเพรื่อ ที่จะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ลักษณะใบหน้าที่แสดงถึงความรู้สึกต่างๆ ออกมา เช่น โกรธเคือง อาย ขัดแย้งกับใครมา หยิ่งลำพอง หลอกลวงหรือคดโกงใคร มีความจริงใจกับใคร สีหน้าคนเราฟ้องได้ทั้งสิ้น
ผมในนามของคณะวิทยากรวันนี้ จึงขอให้ลูกหลานเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ใหญ่ใจดีทุกๆ ท่านที่มาเยี่ยมวังวรดิศ ได้ร่วมกันสร้างทัศนคติที่ดี มีไมตรีจิตอันดี มีความเมตตากรุณาต่อกันตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้เช่นนี้ ย่อมเป็นความดีที่เป็นพื้นฐานสำคัญแห่งชีวิตเรา ที่จะสามารถทำในเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมายในเชิงบวก เป็นความหวัง เป็นสิ่งสร้างสรรค์ให้กับสังคมและชาติบ้านเมืองสืบไปในวันข้างหน้า น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน”





