รวบกลางกรุง ‘มหาโจร’ อันดับ 1 MOST WANTED โมซัมบิก ซุกไทย 3 ปี แฉโหด อุ้มฆ่า รีดค่าไถ่ ยิงหัวอัยการ ฆ่าล้างครัวจนท.

29.07.18 | 15:42 น.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่ บก.ปอศ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. แถลงข่าวจับกุม นายโมเมด อาซิฟ อับดุล ซาตา อายุ 35 ปี ชาวโมซัมบิก ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับ สาธารณรัฐโมซัมบิก ครอบครองอาวุธ ลักพาตัว และฆาตกรรม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตำรวจสากลต้องการตัว จับกุมที่ล็อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 57 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือสั่งการ เรื่อง ทางการสหรัฐอเมริกา ประสานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาชื่อ นายนายโมเมด อาซิฟ อับดุล ซาตา โดยมีหมายจับแดง ของอินเตอร์โพล เนื่องจากเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของสาธารณรัฐโมซัมบิก ในฐานความผิดครอบครองอาวุธ ฆาตกรรม และลักพาตัว มีพฤติกรรมเป็นหัวหน้าที่คอยสั่งการลูกน้องให้ก่อเหตุลักพาตัวและเรียกค่าไถ่บุคคลนักธุรกิจ ประมาณ 50 ราย หลายประเทศในทวีปแอฟริกา เรียกค่าไถ่ครั้งละประมาณ 3 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 100 ล้านบาท มีเหยื่อ 2 รายถูกฆาตกรรมเนื่องจากไม่ได้เงิน นอกจากนี้ยังก่อเหตุยิงอัยการสาธารณรัฐโมซัมบิก หลังจำคุกผู้ต้องหา 24 ปี โดยการยิงที่ศีรษะ 16 นัด นอกจากนี้ยังฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ของทางการและครอบครัวที่ทำการสืบสวนเอาผิดกับองค์กรนี้ รวมทั้งผู้สื่อข่าวชาวที่โมซัมบิก ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนเป็นอย่างมาก

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า FBI ประจำภูมิภาคแอฟริกาจึงทำการรวบรวมข้อมูลกับโมซัมบิกยืนยันว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีออกนอกประเทศโมซัมบิกมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน โดยหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย และยังมีการสั่งการให้มีการก่อเหตุลักพาตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ใช้หนังสือเดินทางระบุชื่อ MR.Sahime Mohammad Aslam กระทั่งสืบทราบจึงแสดงตัวจับกุม พร้อมตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งไม่สามารถนำมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวและพิมพ์ลายนิ้วมือเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือตามหมายแดงของอินเตอร์โพลหรือตำรวจสากล จึงประสานทางการตำรวจสากลและทางการโมซัมบิกให้มารับตัว เบื้องต้นเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมืองและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนให้ตำรวจสากลมารับตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่มีรายงานว่าผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นคนร้ายความสำคัญอันดับ 1 ที่ทางการโมซัมบิกต้องการตัว หรืออันดับ 1 Most wanted หลบหนีพาครอบครัวมาอยู่ในไทยได้ 3 ปี โดยเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย

 

 

Advertisement