เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว โดยลงเรือตรวจตั้งแต่ท่าเรือชั่วคราววัดบางบัว เขตบางเขน จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม

นายจักกพันธุ์เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความยาวทั้งสิ้น 45.3 กิโลเมตร (กม.) ครอบคลุมพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ วังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และสายไหม ขณะนี้มีการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างยาว 22,370 เมตร (ม.) เหลือพื้นที่ยังไม่ได้ส่งมอบอีก 22,931 ม.

นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันสามารถตอกเสาเข็มได้ 23,276 ต้น จากทั้งหมด 60,000 ต้น คิดเป็นร้อยละ 38.79 ความยาวเขื่อนที่ตอกเสาเข็มได้ 17,605 ม.

“โครงการนี้มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่ก่อสร้าง 3,752 หลัง โดยยินยอมเข้าร่วมโครงการ 3,282 หลัง ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 470 หลัง ล่าสุดสามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านได้แล้ว 1,317 หลัง ส่วนที่ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 1,965 หลัง ขณะนี้สำนักงานเขตในพื้นที่โครงการอยู่ระหว่างสร้างความเข้าใจกับประชาชน” นายจักกพันธุ์กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำได้มากขึ้น จากเดิมคลองลาดพร้าวกว้างประมาณ 15-20 ม. จะกว้างมากขึ้นถึง 35 ม. ส่วนระดับความลึกเดิมต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1 ม. เมื่อขุดลอกคลองจะต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 3 ม. ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น ที่สำคัญสามารถแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียได้
นายจักกพันธุ์กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า พบว่าพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนบริเวณเขตสายไหม ซึ่งมีความยาว 7 กม. ขณะนี้ประชาชนที่บ้านเรือนอยู่ในแนวพื้นที่โครงการได้ให้ความร่วมมือย้ายออกหมดแล้ว คาดว่าอีก 3 เดือน เขื่อนบริเวณดังกล่าวจะแล้วเสร็จ เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาคลองลาดพร้าวต่อไปอีก 3 เดือน

