นายวิทยา บุตรเพชรรัตน์ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด มีรายรับ 2 ทางคือ งบประมาณของรัฐปีละประมาณ 8-9 ล้านบาท ซึ่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานของเด็กที่เราดูแล และอีกทางคือเงินบริจาคเข้ามูลนิธิสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ดได้ประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายพิเศษต่างๆ ที่เราต้องจ่ายเอง อาทิ ค่าเล่าเรียน ค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทางของเด็ก รวมถึงค่าจ้างลูกจ้างเพิ่มเติมในสถานสงเคราะห์ เพราะรัฐให้กรอบอัตรากำลังไม่เพียงพอ
ซึ่งพบว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา เงินบริจาคเข้ามูลนิธิลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งนโยบายส่วนกลางที่ให้มีโครงการเพชรน้ำหนึ่ง ที่ต้องการให้เด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์มีความโดดเด่นเรื่องต่างๆ อาทิ กีฬา ดนตรี วิชาการ ตรงนี้สถานสงเคราะห์ยังต้องขวนขวายเองด้วย

นายวิทยากล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ วิ่งรวมใจให้น้อง เพื่อเพิ่มช่องทางรายรับเข้ามูลนิธิ ขณะเดียวกันก็พยายามเปิดตัวสถานสงเคราะห์บนสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารกับสังคมภายนอกมากขึ้น สร้างการรับรู้ว่าเราทำงานอะไร สามารถตรวจสอบได้ และสามารถเข้ามาทำกิจกรรมในสถานสงเคราะห์ได้
ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่สถานสงเคราะห์ อย่างการนำสิ่งของบริจาคไปบริจาคต่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนมาสนับสนุนและบริจาคเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คิดว่าสถานสงเคราะห์อื่นๆ ทั้งรัฐและเอกชนน่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน
ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด

