‘ศรีวราห์’คุมเองคดี’น้องหญิง’ตายปริศนา พ่อหอบโลง-หลักฐาน ร้องป.ช่วย เอาผิดร่วมฆ่า ฟ้องโรงพักบางปะอินเมิน

30.07.18 | 14:05 น.

จากกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนาบนถนนย่านบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟเป็นคนที่ขับรถ อ้างว่ากระโดดลงไปเอง ต่อมาญาติไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบข้อมูลการโทรศัพท์ติดต่อกับคนรู้จักก่อนเสียชีวิตประกอบกับผลการชันสูตรศพพบมีรอยของแข็งทุบเข้าบริเวณท้ายทอย

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 30 กรกฎาคม ที่กองบังคับการกองปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมนายสุบิน ยาวิราช บิดาของน้องหญิง พร้อมคนในครอบครัว
เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพล.ต.อ.สุวัตน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม(รองผบก.ป.) ให้ดำเนินคดี นายสุรพล หรือ อ๊อฟ คนขับรถ กับ น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ด เพื่อนของผู้ตายที่คาดว่าเป็นนกต่อ และ นายท็อป แฟนของเป็ด ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยมีเจตนา ซึ่งทางครอบครัวและทนายได้นำโลงศพเปล่า จุดธูปติดไว้พร้อมรูปน้องหญิงบรรทุกไว้ท้ายรถกระบะมาแสดงเชิงสัญลักษณ์

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสะเทือนขวัญและโหดเหี้ยมอำมหิต ซึ่งขณะนี้ได้มีผลจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ได้พิสูจน์แล้วว่า น้องหญิง ถูกตีเข้าที่ท้ายทอย ด้านหลังศีรษะซีกขวาด้วยของแข็ง สอดรับกับผลสแกนสมองจากโรงพยาบาลปทุมธานีว่า ถูกตีเข้าด้วยของแข็งหลายครั้ง จึงมองว่าเป็นการฆาตกรรมซึ่งผิดกับคำกล่าวอ้างของนายอ๊อฟที่ระบุว่าน้องหญิงกระโดดลงจากรถ หลักฐานสำคัญที่เป็นข้อมูลพิกัดจีพีเอสของรถเทรลเลอร์ พบว่า จุดที่น้องหญิงได้เสียชีวิตจากการตกรถเป็นบริเวณที่รถจอดนาน 7 นาที โดยนายอ๊อฟ อ้างว่าตัวเองลงไปปัสสาวะ แต่มีข้อพิสูจน์จากผลสแกนกระดูกสันหลัง ที่แพทย์ระบุว่า หากกระโดดลงจากรถจริงกระดูกจะต้องมีลักษณะคด ย่น หรือหัก แต่ปรากฎว่าพบบาดแผลของผู้ตายที่หัวไหล่ขวาเป็นรอยเขียวช้ำ ตนจึงมั่นใจว่านายอ๊อฟที่อยู่ทางขวาของผู้ตายพยายามจะข่มขืนและมีการต่อสู้ขัดขืน ผู้ตายจึงถูกตีเข้าที่ท้ายทอย นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงโทรศัพท์ที่น้องหญิงร้องไห้ขอความช่วยเหลือก่อนถูกตัดสายไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการชันสูตร ผู้ตายถูกล่วงละเมิดหรือไม่ว่า นายอัจริยะ กล่าวว่า เรายังไม่ยืนยันว่าผู้ตายถูกข่มขืน โดยผลจะออกมาในวันอังคารนี้ แต่เราเชื่อมั่นว่าน้องหญิงถูกตีบนรถหลายครั้ง ด้วยอาวุธช่วงสั้นที่เป็นของแข็งไม่มีเหลี่ยม น่าจะเป็นท่อแป๊ปเหล็ก ซึ่งได้ส่งหลักฐานให้กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ตรวจแล้ว

Advertisement
“ที่วันนี้ต้องมากองปราบฯเพราะสภ.บางปะอิน ไม่ได้รับเรื่องตั้งแต่วันแรกที่พ่อของน้องไปแจ้งความเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม โดยทางผู้กำกับการสภ.บางปะอิน ไม่ให้ความสนใจต่อคดี ไม่เคยสอบพยานหรือเอาหลักฐานจากผู้เสียหา ยซึ่งผู้เป็นพ่อต้องไปหามาเอง หลักฐานไม่ได้เกิดจากการทำคดีของสภ.บางปะอิน ทางเราก็ไม่ได้แจ้งความกับเขาจึงไม่จำเป็นต้องมีการโอนคดีให้กองปราบฯรับเรื่อง และเมื่อเย็นวานนี้ ก็จะมีการอุ้มพยานไปสอบให้ครบองค์ประกอบเนื่องจากท่านศรีวราห์(พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.)จะไปตรวจสำนวน เขากลัวจะถูกเด้งเลยโทรมาขอตัวพ่อไปสอบปากคำ” นายอัจฉริยะ กล่าวและว่า ที่ผ่านมา สภ.บางปะอิน คล้ายบิดเบือนรูปคดีให้เสียหาย จากคดีฆาตกรรมกลายเป็นคดีอุบัติเหตุ กระทั่งมีการนำเสนอข่าวของสื่อถึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายอ๊อฟ และ น.ส.เป็ด ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตายโดยไม่มีการสอบปากคำผู้เสียหาย ทั้งที่ปกติร้อยเวรผู้รับเรื่องในวันนั้นต้องลงพื้นที่ไปดูสถานที่เกิดเหตุ

ด้านนายสุบิน พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนแรกได้รับแจ้งจากสภ.บางปะอิน ถึงกรณีดังกล่าวเป็นคดีอุบัติเหตุต้องรอให้รวบรวมพยานหลักฐานก่อน จนกระทั่งตนได้พบคลิปเสียงร้องไห้ของลูกสาวจึงได้เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้งแต่กลับได้การตอบรับกลับมาเช่นเดิม

ขณะน.ส.ภาณิศา ยาวิราช พี่สาวของผู้ตาย กล่าวว่าจะไม่หยุดจนกว่าเอาผิดผู้กระทำผิดทั้ง 3 คนได้

ต่อมาเวลาประมาณ 12.00น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เดินทางมาที่กองบังคับการกองปราบปราม โดยมุ่งหน้าเข้าไปในห้องสอบสวนร่วมสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตเพียงครู่
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีสั่งกำชับผ่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ตนลงมาติดตามคดี
จากนั้นพล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางไปติดตามคดีนี้ที่สภ.บางปะอินโดยจะถึงในเวลา 14.00น. และจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ภายในห้องสอบสวนของกองกำกับการ 2 บก.ป.