สธ.ชูระบบช่วยเหลือทางการแพทย์ จัดระบบภัยพิบัติหมู่ช่วยผู้ประสบภัยจำนวนมาก

31.07.18 | 17:33 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม  พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  กล่าวถึงความพร้อมการช่วยเหลือทางด้านการแพทย์กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ  ทั้งอุทกภัย ดินสไลด์ ฯลฯ ว่า    ระบบการช่วยเหลือทางการแพทย์นั้น  ได้มีการจัดเตรียมสถานพยาบาล อุปกรณ์ช่วยชีวิต และทีมบุคลากรทางการแพทย์   ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็ว (MERT)  ทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)  และทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT)   โดยจัดให้มีในสถานพยาบาลทุกระดับ  อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุขึ้นจะจัดทีมในพื้นที่เข้าไปก่อน ค่อยเสริมด้วยทีมรอบนอก โดยดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งแวดล้อม เพราะหากดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ดีอาจจะกระทบกับการเกิดโรคต่างๆ ได้ และเรื่องของจิตใจที่ต้องเฝ้าดูเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลในจิตใจ ซึ่ง 2 สิ่งนี้ต้องดูไปจนถึงช่วงระยะฟื้นฟู 1-3 เดือน พ้นช่วงนี้บางคนก็กลับสู่ภาวะปกติ บางคนอาจทำใจไม่ได้ก็ต้องดูแลต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เมืองไทยเกิดภัยพิบัติหลากหลาย และเกิดพร้อมกันหลายพื้นที่   พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ในระยะหลังเผชิญภัยพิบัติมาทุกรูปแบบ จึงมีการเซตระบบรองรับภัยพิบัติหมู่ ที่มีผู้ประสบภัยจำนวนมากเอาไว้ และทำงานร่วมกับทีมแพทย์ทุกหมู่ ดังนั้นตอนนี้ยังไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องพูดคุยกัน วางแผน และซักซ้อมกันมากขึ้น เพราะปัจจุบันเมืองไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก

เมื่อถามต่อว่าภัยพิบัติที่ผ่านมามักเกิดในพื้นที่เดิม สภาพจิตใจของประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติเป็นอย่างไรบ้าง พญ.พรรณพิมล  กล่าวว่า เรื่องภัยพิบัติน้ำท่วมเกิดมานาน อย่างเช่นที่จ.อยุธยา ซึ่งรู้แน่ว่าท่วมทุกปี ดังนั้น คนในพื้นที่หากไม่ย้ายออกก็จะมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ ตรงนี้ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ อาจจะมีบ้างเรื่องความกังวล จากการวิเคราะห์พบว่าชุมชนคือส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับแผน และดูแลกันเอง แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่พบว่าชุมชน และคนในชุมชนเกิดความตึงเครียด สำหรับภัยพิบัติอื่น มีกรณีตัวอย่างใหญ่สุดคือสึนามิมีการติดตามสุขภาพจิตระยะ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปีพบว่าเปอร์เซ็นต์คนที่ปรับตัวไม่ได้หลังพ้นเหตุการณ์แล้ว หรือการเกิดบาดแผลทางจิตใจมีไม่มาก ที่น่าสนใจเพราะว่าสังคมไทยมีความเชื่อมโยงกันสูงมาก ทำให้มีปัญหานี้น้อยเมื่อเทียบกับสังคมแบบต่างคนต่างอยู่ แต่ที่กังวลคือซึมเศร้า และ ติดสุรา หรือแอลกอฮอล์ลิซึม ที่พบได้มากกว่า เป็นเรื่องที่ต้องดูแลกันต่อไป การดูแลที่สำคัญคือ 2 สัปดาห์แรกที่ประสบเหตุ