ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ลูกชาย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. และเพื่อน เหตุเกิดภายในซอยพหลโยธิน 4 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.20 น.วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุใช้คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ผู้เสียหายในซอยพหลโยธิน 4 จึงไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายคือ นายเบสท์ ศิริเลิศวรกุล อายุ 17 ปี และ นายภูวิศ หลักบุญ 17 ปี ลูกชาย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ รอพบตำรวจอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยให้การว่า คนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 25 ปี ใบหน้ามีหนวด ผิวเข้ม สวมเสื้อสีดำมีฮู้ด สวมกางเกงขายาว ใช้อาวุธปืนพกสั้นสีดำแบบแม็กกาซีนด้ามจับลายไม้ขู่บังคับเอากระเป๋าสตางค์ไป ก่อนเกิดเหตุไปเดินมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อในซอยพหลโยธิน 6 จากนั้นเดินเข้าไปในซอยพหลโยธิน 4 เพื่อกลับที่พัก เมื่อมาถึงบริเวณกลางซอย คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดประกบแล้วชักปืนออกมาพูดข่มขู่ว่า “พวกมึง 2 คน เอากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มา”
ด้วยความกลัวจึงส่งกระเป๋าสตางค์ให้คนร้ายไป เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วคนร้ายก็หลบหนีไปทางซอยพหลโยธิน 6 โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ Herschel สีเทา เงินสดประมาณ 1,000 บาท พร้อมบัตรเอกสารสำคัญ
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นเหตุการณ์ที่ลูกชายและเพื่อนเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อบริเวณซอยพหลโยธิน 4 โดยระหว่างทางกลับก่อนถึงคอนโดเป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว มีวัยรุ่นเอาปืนออกมาขู่ แต่ลูกชายสังเกตว่าน่าจะเป็นปืนปลอม จึงไม่ได้ต่อสู้และได้ต่อรองกันว่าคนร้ายต้องการอะไร คนร้ายก็เอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์และเงินจำนวนหนึ่งของเพื่อนไป อย่างไรก็ตามคดีนี้ตนจะลงมาดูเอง ต้องตามจับให้ได้ เพื่อไม่ให้ไปทำกับคนอื่นอีก ตอนนี้พอจะทราบตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งภาพไม่ค่อยชัด แต่ลูกชายจำรายละเอียดได้ เพราะคนร้ายมองหน้าเขากับเพื่อนตั้งแต่อยู่ในร้านสะดวกซื้อ คล้ายว่าเห็นเหยื่อที่เป็นเด็ก คาดว่าวันที่ 1 สิงหาคมน่าจะมีอะไรชัดเจนขึ้น” รองผบช.น. กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจสน.บางซื่ออยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ในเบื้องต้นคนร้ายมีเพียงหนึ่งคน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้าย ทั้งนี้ภาพยังไม่ค่อยชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงต้องลงพื้นที่หาภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อติดตามเส้นทางหลบหนีและหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


