รวบคนไทย-จีน เปิดบ.ทัวร์ สวมสิทธิ์นอมินีตุ๋นเหยื่อกว่า 3 ล้าน

1.08.18 | 13:11 น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ในฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ธงชนะ หาญกิตติกาญจนา รรท.ผกก.บ่อผุด
พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธิวิโร สว.งานสายตรวจ 1 พ.ต.ท.ปริญญา เอี่ยมกมล สว.งานสืบสวนกก.2บก.ทท.3 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายสมศักดิ์ บุรุษชาติ, นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย(สัญชาติจีน) ทั้งหมดเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท โรแมนติก สมุย จำกัด หลังมีพฤติกรรมเปิดบริษัทนำเที่ยวและสวมสิทธิ์เป็นนอมินี


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย ถูกบริษัททัวร์ดังกล่าว หลอกลวง สูญเงินกว่า 3 ล้านบาท จึงมีการแจ้งความไว้ที่สภ.บ่อผุด และมีการนำเสนอข่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ชุดสืบสวนศปอส.ตร.สนธิกำลังสภ.บ่อผุด ร่วมตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 4/164 ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายสมศักดิ์ บุรุษชาติ, นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย(สัญชาติจีน) อีกทั้งพบความเชื่อมโยงมีลักษณะของการดำเนินธุรกิจแบบนอมินี เนื่องจากเจ้าของเงินทุนและผู้มีอำนาจบริหารบริษัทฯที่แท้จริง คือ นางฉางเยี่ยน เหริน อายุ 42 ปี สัญชาติจีน ส่วนกรรมการอีก 3 คน เป็นเพียงพนักงานของบริษัทที่นำชื่อมาใช้ในการจดทะเบียนบริษัทเท่านั้น จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ

โดยพฤติกรรมของบริษัท โรแมนติก สมุย จำกัด นี้ จะรับนักท่องเที่ยวมาจากประเทศจีน จากนั้นก็จะมาว่าจ้างผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุย ให้มาช่วยนำนักท่องเที่ยวดังกล่าวท่องเที่ยวไปตามโปรแกรมที่แขกแต่ละคนจองไว้ ซึ่งในระยะแรกจะสร้างความเชื่อใจโดยการชำระให้ผู้ประกอบการเป็นเงินสดก่อน แล้วจึงจะนำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ ต่อมาเมื่อผู้ประกอบการรู้สึกไว้วางใจแล้ว บริษัทฯนี้ก็จะใช้การวางบิล หรือใช้เครดิต และค่อยมาชำระหนี้ในภายหลัง ซึ่งก็จะค้างชำระไปเรื่อยๆ จนผู้ประกอบการต้องไปติดตามทวงถาม ซึ่งได้มีการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จากนั้นบริษัทนี้ก็จะไปเริ่มติดต่อทำธุรกิจกับผู้ประกอบการรายอื่นแทนรายเดิม และก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้ามาร้องทุกข์แล้วจำนวน 20 ราย

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเปิดเผยว่า รู้จักกับนางฉางเยี่ยน เหริน ซึ่งเป็นนายทุนชาวจีนตั้งแต่ปี 2557 ก่อนที่นางฉางเยี่ยน เหริน จะชักชวนให้มาเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวราวเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้ค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่นบาทพร้อมกับข้อเสนอปลายปีมีเงินปันผล ซึ่งตนยอมรับว่าไม่รู้ข้อกฏหมาย คิดว่าเป็นการร่วมทุนจึงได้ตอบตกลง อย่างไรก็ตามลูกทัวร์ส่วนใหญ่มาจากเมืองฉางชา ซึ่งอยู่มณฑลหูหนานทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในส่วนของนายทุนชาวจีนที่ถูกออกหมายจับนั้นตนทราบว่าวีซ่าหมดอายุและได้เดินทางออกนอกประเทศไป

Advertisement

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36และ 41 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ่อผุดดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ส่วนนางฉางเยี่ยน เหริน ซึ่งเป็นนายทุนเจ้าของบริษัทตัวจริง ขณะนี้เชื่อว่าหลบหนีอยู่ต่างประเทศ โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายจับนายทุนชาวจีนรายนี้ให้กับทางการจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป