จากกรณี น.ส.ธิติมา ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หรือ เชอรี่อายุ 39 ปี ไฮโซสาวนักธุรกิจ ถูกไม้เบสบอลทุบศีรษะเสียชีวิตในโรงแรม โดยพบว่ารถเบนซ์ อี 220 สีบรอนซ์ ของผู้ตายถูกนายอัศยา ชัยภา หรือ โก้ อายุ 33 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุขับหลบหนีไปจอดทิ้งไว้ที่ จ.จันทบุรี ล่าสุดศาลอาญารัชดาอนุมัติหมายจับฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวนายอัศยา มาดำเนินคดีนั้น
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ศาลา1 วัดบางบัว กทม. ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 36 ปี น้องชายของ น.ส.เชอรี่ ผู้ตาย เผยว่า ตนค่อนข้างสนิทกับพี่สาว และได้ติดต่อพูดคุยกันอยู่เสมอ แต่พี่สาวไม่ค่อยจะเล่าเรื่องส่วนตัว รวมถึงเรื่องของนายอัศยา ก็ไม่เคยทราบว่าคบหากัน ก่อนหน้าก็เห็นนายอัศยา ทำงานอยู่ในบริษัทของพี่สาว แต่ก็ไม่พบพฤติกรรมที่ส่อแววว่า เป็นมากกว่าเจ้านายและลูกน้อง
ส่วนประเด็นที่ทั้งสองได้เข้าพักที่โรงแรมเกิดเหตุ ทางครอบครัวก็ไม่ทราบมาก่อน คาดว่าพี่สาวต้องการปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างนายอัศยา ชนวนการลงมือก่อเหตุก็อาจจะเป็นเรื่องเงินหรือผลประโยชน์
ขณะที่ นายอำนวย วิชัยโชติ พ่อของผู้ตาย อายุ 66 ปีกล่าวว่า รู้สึกตกใจมากเมื่อได้ข่าวลูกสาวเสียชีวิตเพราะไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครในการทำธุรกิจ โดยลูกสาวของตนมีบริษัทธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยได้จัดทำโครงการอาคารเอื้ออาทรกว่า 100 ห้อง ในย่านลาดพร้าว-วังหิน ระหว่างก่อสร้างลูกสาวยังเป็นที่รักของคนในชุมชนด้วย เพราะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นนิสัยตามปกติที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ ซึ่งไม่มีสัญญาณใดที่ส่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ต่อมา นายอำนวยกล่าวว่า ทำธุรกิจรับเหมาอยู่ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่ลูกสาวมาทำในเขตกรุงเทพฯ ยอมรับว่าลูกสาวเป็นคนเก่ง สามารถแยกตัวออกมาทำธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ตนก็เตือนเสมอว่า ต้องคอยระมัดระวังตัวเพราะอาจจะมีการขัดแย้งหรือถูกทำร้ายได้ แต่ลูกสาวไม่ค่อยจะรับฟังคำเตือนเพราะเชื่อมั่นในตัวเองมาก
นายอำนวย กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ลูกสาวเคยหายตัวไปประมาณ 2-3 วัน ตนก็ถามว่าไปไหนมา เขาก็ไม่เล่ารายละเอียดให้ฟัง เป็นคนชอบเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองเสมอ ก่อนเกิดเหตุก็เป็นแบบเดียวกัน คือลูกสาวหายตัวไปติดต่อไม่ได้ จึงให้ลูกชายช่วยตามหาจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จนพบตัวในห้องพักดังกล่าว
นายอำนวยกล่าวว่า ไม่เคยทราบว่านายอัศยามีความสัมพันธ์เป็นมาอย่างไรกับลูกสาว โดยได้พบกันเพียงครั้งเดียว
“เขาเคยพามากินข้าวกับครอบครัวด้วยครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าเป็นใคร เพราะรู้ว่าถ้าลูกสาวไม่พูด หมายถึงเขาไม่อยากให้รู้ “ และต่ออีกว่า “ความรู้สึกของผมตอนนี้คืออยากจะเอาตัวคนร้ายมาลงโทษ นอกเหนือไปจากการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว ใจจริงอยากจะให้โดนเหมือนที่ลูกสาวโดนด้วย ให้สาสมกับการกระทำผิด”
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลแจ้งมาว่า น.ส.กนกวรรณ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ แม่ของ น.ส.ธิติมา กำลังจะมีอายุครบ 66 ปี ในวันที่ 4สิงหาคม นี้ มีอาการทางสมองญาติยังไม่ได้แจ้งถึงการสูญเสียครั้งนี้ เกรงจะมีผลกระทบทางจิตใจ

