“วิทย์แก้จน” ลุยพัฒนา เลี้ยงเห็ดป่าร่วมไม้อิงอาศัย-แปรรูปจิ้งหรีดหนอนนกสร้างรายได้

1.08.18 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการวิทย์แก้จนตามโครงการบิ๊กร็อค (Big Rock) มุ่งส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ นำร่องใน 10 จังหวัดยากจนที่สุดของประเทศไทย ประกอบด้วย จ. น่าน บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ นครพนม แม่ฮ่องสอน กาฬสินธุ์ ตาก ชัยนาท ปัตตานี และ นราธิวาส ว่า วท.ดำเนินโครงการวิทย์แก้จนมาตั้งแต่เดือน มีนาคม ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์ 2 เรื่องหลัก คือ 1.การพัฒนาภูมิปัญญาทางการเกษตร ให้เกิดเป็นนวัตกรรม โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อประชาชนมีลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม และ 2.พัฒนาผู้ประกอบการโอทอป ให้สามารถนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปยกระดับสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน มีการดำเนินการผ่าน 2 หน่วยงานคือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)

นายสุวิทย์ กล่าวว่า โครงการวิทย์แก้จน ในส่วนของ วว.เน้นเรื่องการสร้างอาชีพ เพาะเลี้ยงเห็ด ในป่า และชุมชน ปรากฏว่าได้ผลน่าพอใจ โดยเฉพาะการสร้างอาชีพการเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจ โดยเน้น เห็ดตีนแรด เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเยื่อไผ่ และเห็ดหลินจือ และเห็ดป่าร่วมกับการปลูกไม้อิงอาศัยของเห็ด เช่น เห็ดเผาะร่วมกับต้นหว้า เห็ดตับเต่าร่วมกับต้นยางนา เพื่อสร้างแหล่งโปรตีน พร้อมกับการฟื้นฟูพื้นที่ป่า และได้มีการวางระบบการเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจครบวงจร ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ โดยได้เริ่มการแล้วที่ จ.น่าน ตาก ชัยนาท และอำนาจเจริญ และจะขยายพื้นที่ดำเนินการใน จ.นราธิวาส กาฬสินธุ์ ปัตตานี บุรีรัมย์ นครพนม และแม่ฮ่องสอน ในเดือน สิงหาคม นี้ ซึ่งขณะนี้ ได้คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรต้นแบบไว้รวม 18 กลุ่มต้นแบบ ที่พร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อขยายต่อยอดด้านการเพาะเลี้ยงเห็ดให้ได้ 300 กลุ่มต่อปี

รัฐมนตรีวท. กล่าวอีกว่า การสร้างอาชีพด้านแมลงเศรษฐกิจ ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงและแปรรูปแมลงเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นจากจิ้งหรีด หนอนสาคู และหนอนนก ซึ่งคัดเลือกกลุ่มที่มีความพร้อมในการต่อยอดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ นครพนม อำนาจเจริญ และบุรีรัมย์ สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาอีสาน 4.0 การสร้างแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ให้กับคนในพื้นที่ภาคอีสาน และการเลี้ยงหนอนสาคูและหนอนนกในพื้นที่ จ.นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งเป็นแมลงเศรษฐกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ รวม 18 กลุ่มต้นแบบกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ซึ่งพร้อมที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อขยายต่อยอดด้านการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจให้ได้มากถึง 300 กลุ่มต่อปี

“โครงการวิทย์แก้จนในส่วนของ วศ.มุ่งไปที่การยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทผลิตภัณฑ์ผ้า และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร โดยสิ่งที่ดำเนินงานที่ทำไปแล้วได้แก่ การสำรวจข้อมูลและความต้องการของผู้ประกอบการ ฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) แบบลงมือปฎิบัติ เช่น กระบวนการย้อมผ้าย้อมครามไม่ให้ตกสี การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การพัฒนารูปแบบสินค้าสิ่งทอ การพัฒนากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมกว่า 1,000 กลุ่ม การทดสอบสินค้าของผู้ประกอบการโอทอป ก่อนการปรับปรุงคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน มผช.ในห้องปฏิบัติการ เช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าทดสอบค่าความเป็นกรด-ด่าง ความคงทนของสีต่อการซัก ต่อเหงื่อ การตกสีของผ้า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรทดสอบจุลินทรีย์ ความทนสภาพ ความเป็นกรด-ด่าง ทดสอบค่าทางเคมีที่มีกำหนดไว้ใน มผช.และตามมาตรฐานการจดแจ้ง อย. จำนวน 1,000 ตัวอย่าง การให้คำปรึกษาเชิงลึกชี้แจงผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์มาตรฐาน การสอบถามกระบวนการผลิตเชิงลึก การลงพื้นที่ดูสถานที่ผลิตจริง เพื่อนำไปสู่การปรับแก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตาม มผช. ได้ให้คำปรึกษาเชิงลึกในรอบแรก จำนวน 500 กลุ่มและประเมินและคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มเป็นผู้นำกลุ่มและวิเคราะห์ดาวเด่น เพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป จำนวน 100 ราย เป็นต้น”นายสุวิทย์ กล่าว

Advertisement